ยินดีต้อนรับเข้าสู่ STD LAW CENTER ศูนย์บริการข้อมูลกฎหมายออนไลน์ เอกสารเตรียมสอบเนติบัณฑิต ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และทนายความ เชิญชวนผู้ที่มีความมุ่งมั่นก้าวไปสู่ความสำเร็จในวิชาชีพกฎหมาย ได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบทุกสนาม ก่อนปฏิบัติงานจริงในวิชาชีพกฎหมาย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำเว็บไซต์ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิก STD มีสิทธิพิเศษมากมาย ดูรายละเอียดได้ในเมนูเปิดรับสมัครสมาชิก
www.stdlawcenter.com arrow ฎีกาน่าสนใจรายวัน arrow ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.แพ่ง arrow ฎีกา-โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่ดินของโจท จำเลยให้การว่าที่ดินอยู่ในโฉนดจำเลย ภาระพิสูจน์ตกโจทก์ ๘๔/๑
 
เมนูหลัก
www.stdlawcenter.com
OBD Registered
SSRN
Gmail
Hotmail
twitter
Google +
facebook
youtube.com
google.co.th
ตัวอย่างข้อมูลสำคัญของเรา
เปิดรับสมัครเป็นสมาชิก:STD
เชิญร่วมงานกับทีมงาน :STD
กฎกติกาในการติดตามข้อมูล:
ติดต่อทีมงานของเราได้ที่นี่ :
ตรวจสอบสถานภาพสมาชิก :
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์ :
ข่าวเปิดสอบผู้ช่วยฯ ปี 2557
ข่าวเปิดสอบอัยการฯปี 2557
คอลัมนิสต์ติวเตอร์ออนไลน์
เนื้อหาใหม่ล่าสุดวันนี้
เมนูยอดฮิตที่มีผู้เข้าชมสูงสุด
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์
เมนูสำหรับสมาชิกSTD
แก้ไขข้อมูลส่วนตัว
ฉบับท่องไปสอบ ภาคหนึ่ง
ฉบับท่องไปสอบ ภาคสอง
สกัดบทบรรณาธิการภาคหนึ่ง
สกัดบทบรรณาธิการภาคสอง
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาคหนึ่ง
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาคสอง
สกัดหลักฎีกาน่าออกข้อสอบ
คำถาม-ตอบ ข้อสอบเก่า
คำถาม-ตอบ ตัวบทกฎหมาย
คำถาม-ตอบ ฎีกาที่น่าสนใจ
รวมประมวลกฎหมายที่สำคัญ
ฎีกามีหมายเหตุ
ฎีกาน่าสนใจรายวัน
ฎีกาน่าสนใจรายปี แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.อาญา
ภาษาอังกฤษสำหรับกฎหมาย
สถิติข้อสอบเก่า
คำคมวลีเด็ดจากฎีกา
สรุปกฎหมายจากสมาชิก
ประกาศคะแนนเนติฯ 2/66
ประกาศคะแนนอัยการ 2556
ประกาศคะแนนผู้ช่วยฯ 2556
เข้าสู่ระบบสำหรับสมาชิกSTD
(สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก)
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
รวมลิงก์เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
องค์กรศาล
ศาลฎีกา
ศาลยุติธรรม
ศาลปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ
องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
กกต.
ป.ป.ช.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
องค์กรอัยการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ
เนติบัณฑิตและทนายความ
เนติบัณฑิต
สภาทนายความ
สืบค้นหาข้อมูลกฎหมาย
สืบค้นฎีกา 2007
สืบค้นกฎหมาย (ศาล)
สืบค้นกฎหมาย (กฤษฎีกา)
สืบค้นกฎหมาย (พาณิชย์)
คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
คำชี้ขาดอำนาจระหว่างศาล
คำพิพากษาศาลปกครอง
คำพิพากษาอาญาการเมือง
สืบค้นราชกิจจานุเบกษา
สืบค้นความเห็นกฤษฎีกา
ค้นร่างกฎหมายที่น่าสนใจ
ลิงก์ตัวบทกฎหมายที่สำคัญ
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2550
รัฐธรรมนูญฯ ปี 2540
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายแพ่ง
ประมวลกฎหมาย วิ.อาญา
ประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการฯ
พ.ร.บ.ความรับผิดละเมิดฯ
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ
พ.ร.บ.เงินทดแทนฯ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ
พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินฯ
พ.ร.บ.การรับขนของฯ
ประมวลรัษฎากรฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีฯ
ข้อกำหนดคดีภาษีฯ
พ.ร.บ.ล้มละลายฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายฯ
พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ
พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ
พ.ร.บ.ข้าราชการอัยการฯ
พ.ร.บ.บริหารแผ่นดินฯ
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงฯ
พ.ร.ป.ออกเสียงประชามติฯ
พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ฯ
พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ
พ.ร.ป.ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ กกต.ฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ ปปช.ฯ
พ.ร.ป.การตรวจเงินแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.อาญานักการเมืองฯ
กลุ่ม facebook ที่น่าสนใจ
ข้อกฎหมายเด่น ฎีกาดัง
เนติบัณฑิตไทย
ติวเข้ม เตรียมพร้อม เนติฯ
ติวสอบเนติบัณฑิตฯ
ห้องเรียนกฎหมาย
กลุ่มผู้มุ่งมั่นที่จะสอบฯ
กลุ่มเตรียมสอบเนติฯ
กลุ่มเตรียมสอบอัยการ/ศาล
กลุ่มสอบตั๋วทนาย
กลุ่มกฎหมายสร้างชาติ
กลุ่มที่ปรึกษากฎหมาย
ฎีกากฎหมายพิเศษ
กฎหมายควรรู้ฯ
ธรรมมะกับกฎหมาย
หลักกฎหมายปกครองวันละฯ
ปรึกษากฎหมายฟรี
ปรึกษากฎหมายออนไลน์ฟรี
คลังกฎหมาย
ติวกฎหมาย LAWONLINE
นักกฎหมายไทย
คณะนิติศาสตร์ รามฯ
เกร็ดกฎหมาย
โจทย์จากฎีกาฯ
โพลล์
ความพึงพอใจในการให้บริการ
  
สถิติเว็บไซต์
OS: Windows
PHP: 5.2.17
MySQL: 5.1.68-community-log
เวลา : 00:06
Caching: Disabled
GZIP: Disabled
จำนวนสมาชิก : 284
จำนวนข่าวสาร : 16348
เว็บลิงก์: 264
ผู้เยี่ยมชม: 29487174
สถิติผู้เข้าเยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 367 บุคคลทั่วไป ออนไลน์


 
   
 
ฎีกา-โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่ดินของโจท จำเลยให้การว่าที่ดินอยู่ในโฉนดจำเลย ภาระพิสูจน์ตกโจทก์ ๘๔/๑ พิมพ์
ฎีกาน่าสนใจรายวัน - ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.แพ่ง
Tuesday, 06 July 2010

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย

 
 
 
คำพิพากษาฎีกาที่ 467/2548       
นายณรงค์ สุวัฒนพิมพ์       โจทก์
นายช่อเพียว เตโชฬาร กับพวก        โจทก์ร่วม
นายสวัสดิ์ สังขศิริ กับพวก       จำเลย

 

 

 

ป.วิ.พ. มาตรา 84/1, 142

 
 

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 บุกรุกที่ดินมีโฉนดของโจทก์ จำเลยที่ 2 ให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีโฉนดของจำเลยที่ 2 ประเด็นข้อพิพาทจึงมีว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ ไม่มีประเด็นว่าจำเลยที่ 2 ครอบครองที่ดินของโจทก์จนได้กรรมสิทธิ์หรือไม่ การที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 ครอบครองที่ดินพิพาทส่วนนี้จนได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น และประเด็นว่าที่ดินพิพาทส่วนนี้เป็นของโจทก์หรือไม่ ภาระการพิสูจน์ตกแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ไม่สืบพยานข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทส่วนนี้เป็นของโจทก์

  

________________________________

 
 

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 5994 เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน ร่วมกับนางสาวสุมานี อัศวชัยสุวิกรม โดยซื้อจากนายสำเภา จำปีทอง และได้รับโอนกรรมสิทธิ์เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2531 ระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2531 ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2532 จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้าไปรบกวนและยึดถือครอบครองที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือบางส่วน คิดเป็นเนื้อที่ 1 ไร่ 4 ตารางวา ทำให้โจทก์ไม่สามารถเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทได้ โจทก์เคยร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองในข้อหาบุกรุก พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐมได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาบุกรุกต่อศาลชั้นต้น ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 866/2533 ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองไปแล้ว โจทก์ได้รับความเสียหาย คิดเป็นค่าขาดประโยชน์เดือนละ 4,000 บาท ขอคิดค่าเสียหายก่อนฟ้องทั้งหมดเป็นเงิน 50,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนและขนย้ายเพิงพักอาศัยกับสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ตลอดจนเสาคอนกรีตไปจากที่ดินพิพาทและทำที่ดินให้คืนสู่สภาพเดิม ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทห้ามมิให้เกี่ยวข้องอีกต่อไปให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหาย 50,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 4,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกไปจากที่ดินพิพาท

 

          ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องจำเลยที่ 1 ให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความ

 

          จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินของจำเลยที่ 2 โฉนดเลขที่ 5992 เนื้อที่ 1 งาน 63 ตารางวา และโฉนดเลขที่ 5993 เนื้อที่ 2 งาน 41 ตารางวา รวมเนื้อที่ 1 ไร่ 4 ตารางวา โจทก์เสียหายไม่เกินเดือนละ 200 บาท ขอให้ยกฟ้อง

 

          ระหว่างพิจารณา นายช่อเพียว เตโชฬาร และนางคนึงนิจ เตโชฬาร ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมโดยอ้างว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

 

          ก่อนสืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีส่วนอาญาที่พนักงานอัยการฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาบุกรุกและโจทก์ในฐานะผ้เสียหายได้ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1028/2534 ของศาลชั้นต้นนั้น ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีส่วนอาญาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว คดีพอวินิจฉัยได้โดยถือข้อเท็จจริงตามคดีส่วนอาญาโจทก์และโจทก์ร่วมไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลย แล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 2 แพ้คดี จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยที่ 2 ใหม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานจำเลยที่ 2 ต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

 

          ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่แล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 2 รื้อถอนและขนย้ายเพิงพักอาศัยกับสิ่งปลูกสร้างอื่นรวมทั้งเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินเฉพาะพื้นที่ด้านทิศตะวันออกของทางสาธารณะในกรอบสีเหลือง โดยไม่รวมพื้นที่ตามหลักเขตหมายเลข ล.ม. 12 ล.ม. 13 ล.ม. 14 ล.ม. 2 และ ล.ม. 1 ในแผนที่พิพาทคดีนี้ รังวัดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2537 และทำให้ที่ดินคืนสู่สภาพเดิม ให้จำเลยที่ 2 และบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าว ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ คำขออื่นของโจทก์ให้ยก

 

          โจทก์ โจทก์ร่วมทั้งสอง และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์

 

          ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

 

          โจทก์ โจทก์ร่วมทั้งสองและจำเลยที่ 2 ฎีกา

 

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 5994 ตำบลลานตากฟ้า อำเภอนครชัยศรี (เมืองนครปฐม) จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) ร่วมกับนางสาวสุมานี อัศวชัยสุวิกรม จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 5992 และ 5993 ตำบลอำเภอจังหวัดเดียวกัน ที่ดินทั้งสามแปลงมีแนวเขตติดต่อกัน คดีส่วนอาญาที่พนักงานอัยการฟ้องจำเลยที่ 2 ในข้อหาบุกรุกตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 866/2533 หมายเลขแดงที่ 1028/2534 ของศาลชั้นต้น ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีส่วนอาญาดังกล่าวถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 975/2537 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองว่า ที่ดินในกรอบสีเหลืองพื้นที่รวมทางสาธารณประโยชน์ไปจดหลักเขตหมายเลข ล.ม. 10 และ 15704 และพื้นที่ตามหลักเขต ล.ม. 2 ล.ม. 13 และ ล.ม. 14 ในแผนที่วิวาทคดีนี้รังวัดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2537 เป็นของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องในคดีส่วนอาญาระบุว่าจำเลยที่ 2 บุกรุกเข้าไปปลูกสร้างบ้านพักอาศัย โรงเรือน และฝังเสาคอนกรีตในที่ดินเท่านั้นไม่รวมทางสาธารณประโยชน์และที่ทำนา ซึ่งในแผนที่เอกสารหมาย จ.1 ในคดีอาญาก็ได้แสดงอาณาเขตไว้ชัดเจนคือพื้นที่ตามหลักเขต 14789 ล.ม. 3 ล.ม. 5 และ ล.ม. 6 เมื่อเปรียบเทียบกับแผนที่วิวาทในคดีนี้แล้วก็คือที่ดินด้านทิศตะวันออกของทางสาธารณประโยชน์ในกรอบสีเหลืองถึงหลักเขตหมายเลข ล.ม. 12 ล.ม. 13 และ ล.ม. 14 ตามที่ศาลล่างถือข้อเท็จจริงในส่วนคดีอาญาว่าที่ดินส่วนนี้เป็นที่ดินของโจทก์ที่จำเลยที่ 2 บุกรุก ที่ดินที่จำเลยที่ 2 บุกรุกในคดีส่วนอาญาจึงไม่รวมพื้นที่ตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองฎีกา และเป็นกรณีที่ไม่มีข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าวที่ให้คดีส่วนแพ่งจำต้องถือตาม คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 บุกรุกที่ดินของโจทก์ จำเลยที่ 2 ให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีโฉนดของจำเลยที่ 2 ประเด็นข้อพิพาทจึงมีว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ ไม่มีประเด็นว่าจำเลยที่ 2 ครอบครองที่ดินของโจทก์จนได้กรรมสิทธ์หรือไม่ การที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 ครอบครองที่ดินพิพาทส่วนนี้จนได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 นั้น จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ซึ่งประเด็นว่าที่ดินพิพาทส่วนนี้เป็นของโจทก์หรือไม่ ภาระการพิสูจน์ตกแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทส่วนนี้เป็นของโจทก์ ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองฟังไม่ขึ้น…..

 

          จำเลยที่ 2 ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีนี้โจทก์ทิ้งฟ้องจำเลยที่ 1 เท่ากับโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 แต่ฝ่ายเดียว คดีจึงมิอาจนำข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญามาใช้ได้ เห็นว่า ถึงแม้โจทก์จะทิ้งฟ้องจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 2 ก็เป็นจำเลยในคดีอาญาร่วมกับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาข้อหาบุกรุกซึ่งมีประเด็นเดียวกับคดีนี้ ข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาจึงผูกพันจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

 

          พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

 
 

(วสันต์ ตรีสุวรรณ - สมบัติ อรรถพิมล - ศิริชัย จิระบุญศรี)

 
 
 
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Wednesday, 07 July 2010 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >