ยินดีต้อนรับเข้าสู่ STD LAW CENTER ศูนย์บริการข้อมูลกฎหมายออนไลน์ เอกสารเตรียมสอบเนติบัณฑิต ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และทนายความ เชิญชวนผู้ที่มีความมุ่งมั่นก้าวไปสู่ความสำเร็จในวิชาชีพกฎหมาย ได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบทุกสนาม ก่อนปฏิบัติงานจริงในวิชาชีพกฎหมาย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำเว็บไซต์ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิก STD มีสิทธิพิเศษมากมาย ดูรายละเอียดได้ในเมนูเปิดรับสมัครสมาชิก
www.stdlawcenter.com arrow กุญแจหลักกฎหมาย arrow กุญแจหลักกฎหมาย : เรื่อง หลักการเพิกถอนการฉ้อฉล#ตอนที่ 1 (ฺฺโดย Rymani R.)
 
เข้าสู่ระบบสำหรับสมาชิกSTD
(สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก)
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ข้อมูลทั่วไปสำหรับเตรียมสอบ
www.stdlawcenter.com
SSRN
Gmail
Hotmail
twitter
Google +
facebook
youtube.com
google.co.th
มุมแจ้งข่าว : สมาชิกเว็บไซต์
เปิดรับสมัครสมาชิก : STD
แก้ไขข้อมูลส่วนตัว(สมาชิก)
ตัวอย่างข้อมูลสำคัญของเรา
ตรวจสอบสถานะสมาชิก !
กฎกติกาการศึกษาข้อมูล !
ค้นข้อมูลภายในเว็บไซต์ !
ติดต่อทีมงานของเราที่นี่ !
มุมแจ้งข่าว : การเปิดสมัครสอบ
ข่าวเปิดสอบศาล 2561
ข่าวเปิดสอบอัยการ 2561
ข่าวเปิดสอบตั๋วทนาย 2561
ข่าวเปิดสอบเนติ ปี 2561
ข่าวเปิดสอบราชการ 2561
มุมแจ้งข่าว : ประกาศผลสอบ
ผู้สอบผ่านศาล (จิ๋ว) 2560
ผู้สอบผ่านศาล (ล) 2559
ผู้สอบผ่านศาล (ญ) 2560
ผู้สอบผ่านอัยการ(พิเศษ)
ผู้สอบผ่านอัยการ(จิ๋ว)2560
ผู้สอบผ่านอัยการ (ล) 2559
ผู้สอบผ่านอัยการ (ญ) 2559
ผู้สอบผ่านเนติ แพ่ง 1/70
ผู้สอบผ่านเนติ อาญา 1/70
ผู้สอบผ่านเนติ วิ.พ. 2/70
ผู้สอบผ่านเนติ วิ.อ. 2/70
รายชื่อเนติบัณฑิต สมัย 70
มุมแจ้งข่าว : ประกาศคะแนนสอบ
ดูคะแนนสอบศาล ปี 2561
ดูคะแนนสอบอัยการ(จิ๋ว) 59
ดูคะแนนสอบอัยการ (ล) 59
ดูคะแนนสอบอัยการ (ญ) 59
ดูคะแนนสอบเนติ 1/70
ดูคะแนนสอบเนติ 2/70
มุมอ่านสอบ : โฟกัสฎีกาน่าสนใจ
ฎีกาน่าสนใจรายวัน แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายวัน อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.อาญา
ฎีกามีหมายเหตุ แพ่ง
ฎีกามีหมายเหตุ อาญา
ฎีกามีหมายเหตุ วิ.แพ่ง
ฎีกามีหมายเหตุ วิ.อาญา
วลีเด็ดจากฎีกา แพ่ง
วลีเด็ดจากฎีกา อาญา
วลีเด็ดจากฎีกา วิ.แพ่ง
วลีเด็ดจากฎีกา วิ.อาญา
มุมอ่านสอบ : โฟกัสหลักกฎหมาย
โฟกัสหลักกฎหมาย แพ่ง
โฟกัสหลักกฎหมาย อาญา
โฟกัสหลักกฎหมาย วิ.แพ่ง
โฟกัสหลักกฎหมาย วิ.อาญา
โฟกัสหลักกฎหมาย การค้า
โฟกัสหลักกฎหมาย บริโภค
โฟกัสหลักกฎหมาย ปัญญา
โฟกัสหลักกฎหมาย ครอง
โฟกัสหลักกฎหมาย ภาษี
โฟกัสหลักกฎหมาย รธน.
โฟกัสหลักกฎหมาย แรงงาน
โฟกัสหลักกฎหมาย ล้ม
โฟกัสหลักกฎหมาย พยาน
โฟกัสหลักกฎหมาย เด็ก
โฟกัสหลักกฎหมาย ศาล
มุมอ่านสอบ : ข้อสอบเก่าและตัวบท
สถิติข้อสอบเก่า
ถาม-ตอบ ข้อสอบเก่า
ถาม-ตอบ ปัญหาตุ๊กตา
ถาม-ตอบ ตัวบทกฎหมาย
ประมวลกฎหมายที่สำคัญ
ภาษาอังกฤษนักกฎหมาย
มุมอ่านสอบ : คอลัมนิสต์ออนไลน์
ฎีกาวาไรตี้
อ่านเพื่อสอบ
เอ็กซเรย์ฎีกา
จับหลักชนฎีกา
พิชิต 3 สนามสอบ
เกร็ดกฎหมายน่ารู้
กุญแจหลักกฎหมาย
สรุปหลักทักทายฎีกา
ประเด็นร้อนก่อนสอบ
คุยเฟื้องเรื่องกฎหมาย
ปอกเปลือกข้อกฎหมาย
ข้อกฎหมายเด่นฎีกาดัง
เกร็ดเล็กๆ ปัญหาใหญ่ๆ
ศิษย์เซียนเต่าเขย่าฎีกา
เทคนิคสอบภาษาอังกฤษ
กองบรรณาธิการเว็บไซต์
ข้อมูลสำคัญ (สำหรับสมาชิก)
เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง !!!
ถามตอบฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ !
ชุดเก็งข้อสอบเนติบัณฑิตรายข้อ
ฉบับท่องไปสอบ ภาค ๑
ฉบับท่องไปสอบ ภาค ๒
ชุดเจาะหลักฎีกาพิสดารรายมาตรา
เจาะหลักฎีกาพิสดาร ภาค ๑
เจาะหลักฎีกาพิสดาร ภาค ๒
ชุดสกัดฎีกาคำบรรยายเนติบัณฑิต
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาค ๑
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาค ๒
สกัดบทบรรณาธิการ ภาค ๑
สกัดบทบรรณาธิการ ภาค ๒
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์
เนื้อหาใหม่ล่าสุดวันนี้
เนื้อหายอดฮิตผู้เข้าชมสูงสุด
รวมลิงก์เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
องค์กรศาล
ศาลฎีกา
ศาลยุติธรรม
ศาลปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ
องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
กกต.
ป.ป.ช.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
องค์กรอัยการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ
เนติบัณฑิตและทนายความ
เนติบัณฑิต
สภาทนายความ
สืบค้นหาข้อมูลกฎหมาย
สืบค้นฎีกา 2007
สืบค้นกฎหมาย (ศาล)
สืบค้นกฎหมาย (กฤษฎีกา)
สืบค้นกฎหมาย (พาณิชย์)
คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
คำชี้ขาดอำนาจระหว่างศาล
คำพิพากษาศาลปกครอง
คำพิพากษาอาญาการเมือง
สืบค้นราชกิจจานุเบกษา
สืบค้นความเห็นกฤษฎีกา
ค้นร่างกฎหมายที่น่าสนใจ
ลิงก์ตัวบทกฎหมายที่สำคัญ
รัฐธรรมนูญ ปี 2560
รัฐธรรมนูญ ปี 2557
รัฐธรรมนูญ ปี 2550
รัฐธรรมนูญ ปี 2540
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายแพ่ง
ประมวลกฎหมาย วิ.อาญา
ประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการฯ
พ.ร.บ.ความรับผิดละเมิดฯ
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ
พ.ร.บ.เงินทดแทนฯ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ
พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินฯ
พ.ร.บ.การรับขนของฯ
ประมวลรัษฎากรฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีฯ
ข้อกำหนดคดีภาษีฯ
พ.ร.บ.ล้มละลายฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายฯ
พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ
พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ
พ.ร.บ.ข้าราชการอัยการฯ
พ.ร.บ.บริหารแผ่นดินฯ
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงฯ
พ.ร.ป.ออกเสียงประชามติฯ
พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ฯ
พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ
พ.ร.ป.ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ กกต.ฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ ปปช.ฯ
พ.ร.ป.การตรวจเงินแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.อาญานักการเมืองฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคฯ
พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคฯ
กลุ่ม facebook ที่น่าสนใจ
เนติบัณฑิตไทย
กลุ่มเตรียมสอบเนติฯ
กลุ่มผู้มุ่งมั่นที่จะสอบฯ
กลุ่มเตรียมสอบอัยการ/ศาล
กลุ่มสอบตั๋วทนาย
กลุ่มกฎหมายสร้างชาติ
กลุ่มที่ปรึกษากฎหมาย
ฎีกากฎหมายพิเศษ
ธรรมมะกับกฎหมาย
หลักกฎหมายปกครองวันละฯ
ปรึกษากฎหมายฟรี
ปรึกษากฎหมายออนไลน์ฟรี
คลังกฎหมาย
ข้อกฎหมายเด่น ฎีกาดัง
นักกฎหมายไทย
โจทย์จากฎีกาฯ
โพลล์
ความพึงพอใจในการให้บริการ
  
สถิติเว็บไซต์
OS: Windows
PHP: 5.2.17
MySQL: 5.6.33-log
เวลา : 11:35
Caching: Disabled
GZIP: Disabled
จำนวนสมาชิก : 352
จำนวนข่าวสาร : 17418
เว็บลิงก์: 264
ผู้เยี่ยมชม: 63996806
สถิติผู้เข้าเยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 193 บุคคลทั่วไป ออนไลน์


 
   
 
กุญแจหลักกฎหมาย : เรื่อง หลักการเพิกถอนการฉ้อฉล#ตอนที่ 1 (ฺฺโดย Rymani R.) icon_new8.gif พิมพ์
คอลัมนิสต์ติวเตอร์ออนไลน์ - คอลัมน์ : กุญแจหลักกฎหมาย (Rymani R.)
Saturday, 23 September 2017

คอลัมน์ : กุญแจหลักกฎหมาย


เรื่อง หลักการเพิกถอนการฉ้อฉล#ตอนที่ 1

 

เพื่อควบคุมกองทรัพย์สินของลูกหนี้และเป็นหลักประกันแห่งหนี้ให้แก่เจ้าหนี้อีกชั้นหนึ่ง กฎหมายจึงได้กำหนดมาตรการพิเศษไว้คุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ให้ได้รับชำระหนี้สมดังสิทธิที่เจ้าหนี้มีใน ป.พ.พ. บรรพ 2 เช่น การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้, การเพิกถอนการฉ้อฉล, สิทธิยึดหน่วง เป็นต้น โดยบทความนี้ ผู้เขียนจะพิจารณาศึกษาประเด็นหลักกฎหมายและคำพิพากษาของศาลที่น่าสนใจเกี่ยวกับหลักการเพิกถอนการฉ้อฉล

(1) กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237

(2) ข้อพิจารณา

- เจ้าหนี้จะมีสิทธิฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมได้ต้องเข้าเงื่อนไขและมีหลักเกณฑ์การเพิกถอนการฉ้อฉล ดังนี้

2.1 ต้องเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้กันมาก่อน หรือขณะที่จะมีการทำนิติกรรมฉ้อฉล

- อาจเป็นเจ้าหนี้ในมูลสัญญา หรือมูลละเมิด หรือมูลหนี้อื่นก็ได้ และไม่คำนึงว่าจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เพียงแต่ต้องเป็นเจ้าหนี้ที่สามารถใช้สิทธิทางศาลได้

- ผู้ทำนิติกรรมฉ้อฉลต้องเป็น “ลูกหนี้ของเจ้าหนี้” ที่ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรม เพราะการเพิกถอนการฉ้อฉลเป็นผลแห่งหนี้ จึงต้องมีอำนาจแห่งมูลหนี้ตามมาตรา 194 เสียก่อน

- ผู้ขอเพิกถอนต้องไม่ใช่ผู้ทำนิติกรรมฉ้อฉลเสียเอง

** ระวัง การฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลนั้นเป็นอำนาจของเจ้าหนี้ แต่การกล่าวอ้างว่าตนมีสิทธิในทรัพย์ในลักษณะของทรัพยสิทธิ เช่น การใช้สิทธิติดตามตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สิน (มาตรา 1336), การได้ภาระจำยอมโดยอายุความ (มาตรา 1382) เหล่านี้ ไม่ใช่การใช้สิทธิทางหนี้ แต่เป็นการใช้ทรัพยสิทธิซึ่งมีผลให้กรณีดังกล่าวไม่อยู่ในบังคับอายุความเพิกถอนการฉ้อฉล

2.2 ลูกหนี้ไปทำนิติกรรมที่มีวัตถุเป็นทรัพย์สิน หรือสิทธิในทรัพย์สิน

- ลูกหนี้ไปทำนิติกรรม หรือทำให้ทรัพย์สินซึ่งลูกหนี้เป็นเจ้าของนั้นเกิดภาระติดพันภายหลังก่อหนี้กับเจ้าหนี้แล้ว เช่น การจำหน่ายทรัพย์สิน, การเอาทรัพย์สินตีใช้หนี้, กู้ยืม, ค้ำประกัน, จำนอง, จำนำ, การปลดหนี้, โอนสิทธิเรียกร้อง, จดทะเบียนการเช่า, นำทรัพย์สินที่จำนองออกให้เช่า

** ระวัง (1) นิติกรรมที่เกี่ยวกับสถานะของบุคคล เช่น การสมรส, จดทะเบียนหย่า, การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เหล่านี้ มิใช่นิติกรรมมีวัตถุเป็นทรัพย์สิน ดังนั้น จึงไม่อาจขอให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวได้ (2) การที่ลูกหนี้ไปโอนทรัพย์ หรือแกล้งให้ตนเองเป็นหนี้อันเป็นการฉ้อฉล อาจเป็นความผิดทางอาญาฐานโกงเจ้าหนี้ได้ (3) กรณีลูกหนี้กระทำการ “ย้าย/ ซ่อน/ ทำลาย” ทรัพย์สิน เช่นนี้ มิใช่การทำนิติกรรมฉ้อฉลที่จะถูกเพิกถอนได้

2.3 การทำนิติกรรมเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ

- นิติกรรมที่ลูกหนี้ทำขึ้นทำให้เจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระหนี้โดยเฉพาะเจาะจงตามสิทธิที่มีอยู่ในมูลหนี้ โดยที่เจ้าหนี้ไม่ได้ยินยอม (ทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของลูกหนี้ไม่พอจะชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้/เสื่อมค่าเกิดภาระแก่กองทรัพย์สิน/ขายแล้วได้ราคาต่ำลง) และลูกหนี้ต้องรู้ว่าเป็นการทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบในขณะทำนิติกรรม

** ระวัง กรณีวัตถุแห่งหนี้เป็น “ทรัพย์เฉพาะสิ่ง” และลูกหนี้ได้โอน หรือก่อให้เกิดภาระติดพันในทรัพย์นั้น แม้เจ้าหนี้จะมีทรัพย์สินอื่นเพียงพอแก่การชำระหนี้ ก็ถือว่าทำให้เจ้าเสียเปรียบได้เช่นกัน (ไม่ต้องดูฐานะของลูกหนี้เลย)

- กรณีไม่ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เช่น ลูกหนี้นำเงินมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้บุริมสิทธิ (ผู้รับจำนอง) ก่อน, ลูกหนี้ได้ตกลงโอนการครอบครองที่ดิน น.ส. 3 ให้บุคคลภายนอกก่อนแล้วที่เจ้าหนี้จะใช้สิทธิเรียกร้อง (แม้จะมีการจดทะเบียนโอนกันภายหลัง), ลูกหนี้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลให้คู่กรณีมีสิทธิอาศัยก่อนที่หนี้ค่าภาษีอากรของลูกหนี้จะค้างชำระเจ้าหนี้ (แม้จะจดทะเบียนสิทธิอาศัยภายหลังที่เจ้าหนี้ได้ยึดห้องชุดพิพาทนั้นไป), จดทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินที่เจ้าหนี้ทำสัญญาจะซื้อขายกับลูกหนี้ เพราะที่ดินนั้นเป็นทางภาระจำยอมที่มีมาแต่เดิม (ลูกหนี้ต้องปฏิบัติตามข้อผูกพันที่มีอยู่แล้ว)

2.4 บุคคลผู้ได้ลาภงอกจากการทำนิติกรรมกับลูกหนี้

- “ผู้ได้ลาภงอก” คือ ผู้ที่ทำนิติกรรมกับลูกหนี้โดยตรงและทายาทของบุคคลดังกล่าว (1) รู้อยู่ว่าการได้ทรัพย์สินมาโดยมีค่าตอบแทนนั้นทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ (เสียค่าตอบแทนแต่ไม่สุจริต) หรือ (2) ได้รับทรัพย์สินโดยเสน่หาไม่มีค่าตอบแทน (ไม่จำต้องวินิจฉัยเลยว่า ผู้ได้ลาภงอกจะทราบหรือไม่ว่าการทำนิติกรรมดังกล่าวเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ)

- กรณีไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า “บุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต” (มาตรา 6)

(3) ข้อสังเกต

- กรณีเจ้าหนี้ไม่อาจใช้สิทธิเพิกถอนการฉ้อฉลได้ เช่นนี้ ต้องไปบังคับตามหลักการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย (มาตรา 218, 219) และ/หรือ การช่วงทรัพย์ในเงินค่าราคาที่ลูกหนี้ได้รับมา (มาตรา 226, 228)

(4) คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ

. 1814/2556 โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์อันเป็นการเสียเปรียบแก่บุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิแก่ตนได้อยู่ก่อน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ขณะทำนิติกรรมขายฝากจำเลยที่ 2 รู้ข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นผู้จะซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 และได้ครอบครองทำประโยชน์อยู่ก่อนอันเป็นทางให้โจทก์เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 เสียเปรียบ แม้จำเลยที่ 1 จะเสียค่าตอบแทนก็เป็นการร่วมกันฉ้อฉล โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากระหว่างจำเลยทั้งสองได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 ไม่ถือเป็นการนอกฟ้อง เกินกว่าคำขอดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา เนื่องจากคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเพิกถอนการฉ้อฉลไว้ครบถ้วน เพียงแต่ปรับบทกฎหมายแตกต่างไปเป็นเรื่องเพิกถอนการจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์อันเป็นทางเสียเปรียบแก่บุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนของตนได้อยู่ก่อน ซึ่งเป็นอำนาจศาลที่จะปรับบทให้ตรงกับคำบรรยายฟ้องและข้อเท็จจริงที่ยังได้จากการพิจารณาคดี

. 6239/2555 แม้การที่จำเลยที่ 1 ยอมให้โจทก์ยึดถือโฉนดที่ดินพิพาทไว้จะไม่มีผลบังคับในทางจำนอง แต่ก็แสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ว่าจำเลยที่ 1 ยอมให้โจทก์ยึดโฉนดที่ดินดังกล่าวเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระโจทก์สามารถบังคับคดีเอากับที่ดินแปลงดังกล่าวได้และเพื่อไม่ให้จำเลยที่ 1 ไปทำนิติกรรมใดๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทนั่นเอง การที่จำเลยที่ 1 ไปแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินจนเจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินดังกล่าว แล้วจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ไป จำเลยที่ 1 ย่อมรู้ดีว่าทำให้โจทก์ไม่อาจที่จะบังคับชำระหนี้เอาจากที่ดินพิพาท ทั้งข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินอื่นพอจะชำระหนี้ได้ และจำเลยที่ 1 ก็ยอมรับว่าไม่ได้ประกอบอาชีพและไม่มีรายได้ จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ทั้งรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ

. 3975/2553 การฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 เป็นการให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ที่จะสงวนไว้ซึ่งกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เพราะทรัพย์สินของลูกหนี้ย่อมเป็นหลักประกันในการชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 214 ดังนั้น เจ้าหนี้ผู้มีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนการฉ้อฉลจึงหมายถึงเจ้าหนี้ที่มีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ของตนจากทรัพย์สินของลูกหนี้และต้องเสียเปรียบจากการที่ทรัพย์สินของลูกหนี้ลดลงไม่พอชำระหนี้อันเนื่องมาจากการทำนิติกรรมฉ้อฉลของลูกหนี้ ไม่ว่าเจ้าหนี้ดังกล่าวจะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ก็ตาม แม้เจ้าหนี้ในหนี้ที่ยังไม่ได้มีการฟ้องร้องบังคับให้ชำระหนี้ก็มีสิทธิที่จะร้องขอให้เพิกถอนได้ เมื่อโจทก์แจ้งความดำเนินคดีอาญาและฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ย่อมทราบว่าตกเป็นลูกหนี้ที่จะต้องชำระหนี้ให้แก่โจทก์ การที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 โดยเสน่หา และไม่มีทรัพย์สินอื่นที่จะให้โจทก์บังคับคดีได้อีกนอกจากที่ดินพิพาทจำเลยที่ 1 ย่อมรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์เจ้าหนี้เสียเปรียบ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซึ่งเป็นการฉ้อฉลนั้นเสียได้

. 1971/2551 จำเลยที่ 1 มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ช. จึงเป็นผู้ถือสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทแทนทายาททุกคนและมีหน้าที่ต้องแบ่งปันทรัพย์มรดกที่ดินพิพาทให้แก่ทายาททุกคนเท่านั้น จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิและอำนาจที่จะนำที่ดินพิพาทส่วนที่ตกได้แก่โจทก์ตามที่ตกลงกันไว้ไปขายให้แก่ผู้ใดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ ฉะนั้น แม้จำเลยที่ 2 จะรับซื้อที่ดินดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนแล้วก็ไม่ได้สิทธิเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทในส่วนของโจทก์ การที่โจทก์มาฟ้องเรียกเอาที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์คืน จึงเป็นการใช้สิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินจากผู้ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 ซึ่งไม่มีอายุความเรียกคืน ไม่ใช่เรื่องการเพิกถอนการฉ้อฉลตามมาตรา 237 จึงนำอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 240 มาใช้บังคับไม่ได้

 

Rymani R.

< ก่อนหน้า   ถัดไป >