ยินดีต้อนรับเข้าสู่ STD LAW CENTER ศูนย์บริการข้อมูลกฎหมายออนไลน์ เอกสารเตรียมสอบเนติบัณฑิต ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และทนายความ เชิญชวนผู้ที่มีความมุ่งมั่นก้าวไปสู่ความสำเร็จในวิชาชีพกฎหมาย ได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบทุกสนาม ก่อนปฏิบัติงานจริงในวิชาชีพกฎหมาย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำเว็บไซต์ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิก STD มีสิทธิพิเศษมากมาย ดูรายละเอียดได้ในเมนูเปิดรับสมัครสมาชิก
www.stdlawcenter.com arrow กุญแจหลักกฎหมาย arrow กุญแจหลักกฎหมาย : เรื่อง คำสนอง (ฺฺโดย Rymani R.)
 
เข้าสู่ระบบสำหรับสมาชิกSTD
(สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก)
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ข้อมูลทั่วไปสำหรับเตรียมสอบ
www.stdlawcenter.com
SSRN
Gmail
Hotmail
twitter
Google +
facebook
youtube.com
google.co.th
มุมแจ้งข่าว : สมาชิกเว็บไซต์
เปิดรับสมัครสมาชิก : STD
แก้ไขข้อมูลส่วนตัว(สมาชิก)
ตัวอย่างข้อมูลสำคัญของเรา
ตรวจสอบสถานะสมาชิก !
กฎกติกาการศึกษาข้อมูล !
ค้นข้อมูลภายในเว็บไซต์ !
ติดต่อทีมงานของเราที่นี่ !
มุมแจ้งข่าว : การเปิดสมัครสอบ
ข่าวเปิดสอบศาล 2561
ข่าวเปิดสอบอัยการ 2561
ข่าวเปิดสอบตั๋วทนาย 2561
ข่าวเปิดสอบเนติ ปี 2561
ข่าวเปิดสอบราชการ 2561
มุมแจ้งข่าว : ประกาศผลสอบ
ผู้สอบผ่านศาล (จิ๋ว) 2560
ผู้สอบผ่านศาล (ล) 2559
ผู้สอบผ่านศาล (ญ) 2560
ผู้สอบผ่านอัยการ(พิเศษ)
ผู้สอบผ่านอัยการ(จิ๋ว)2560
ผู้สอบผ่านอัยการ (ล) 2559
ผู้สอบผ่านอัยการ (ญ) 2559
ผู้สอบผ่านเนติ แพ่ง 1/70
ผู้สอบผ่านเนติ อาญา 1/70
ผู้สอบผ่านเนติ วิ.พ. 2/70
ผู้สอบผ่านเนติ วิ.อ. 2/70
รายชื่อเนติบัณฑิต สมัย 70
มุมแจ้งข่าว : ประกาศคะแนนสอบ
ดูคะแนนสอบศาล ปี 2561
ดูคะแนนสอบอัยการ(จิ๋ว) 59
ดูคะแนนสอบอัยการ (ล) 59
ดูคะแนนสอบอัยการ (ญ) 59
ดูคะแนนสอบเนติ 1/70
ดูคะแนนสอบเนติ 2/70
มุมอ่านสอบ : โฟกัสฎีกาน่าสนใจ
ฎีกาน่าสนใจรายวัน แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายวัน อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.อาญา
ฎีกามีหมายเหตุ แพ่ง
ฎีกามีหมายเหตุ อาญา
ฎีกามีหมายเหตุ วิ.แพ่ง
ฎีกามีหมายเหตุ วิ.อาญา
วลีเด็ดจากฎีกา แพ่ง
วลีเด็ดจากฎีกา อาญา
วลีเด็ดจากฎีกา วิ.แพ่ง
วลีเด็ดจากฎีกา วิ.อาญา
มุมอ่านสอบ : โฟกัสหลักกฎหมาย
โฟกัสหลักกฎหมาย แพ่ง
โฟกัสหลักกฎหมาย อาญา
โฟกัสหลักกฎหมาย วิ.แพ่ง
โฟกัสหลักกฎหมาย วิ.อาญา
โฟกัสหลักกฎหมาย การค้า
โฟกัสหลักกฎหมาย บริโภค
โฟกัสหลักกฎหมาย ปัญญา
โฟกัสหลักกฎหมาย ครอง
โฟกัสหลักกฎหมาย ภาษี
โฟกัสหลักกฎหมาย รธน.
โฟกัสหลักกฎหมาย แรงงาน
โฟกัสหลักกฎหมาย ล้ม
โฟกัสหลักกฎหมาย พยาน
โฟกัสหลักกฎหมาย เด็ก
โฟกัสหลักกฎหมาย ศาล
มุมอ่านสอบ : ข้อสอบเก่าและตัวบท
สถิติข้อสอบเก่า
ถาม-ตอบ ข้อสอบเก่า
ถาม-ตอบ ปัญหาตุ๊กตา
ถาม-ตอบ ตัวบทกฎหมาย
ประมวลกฎหมายที่สำคัญ
ภาษาอังกฤษนักกฎหมาย
มุมอ่านสอบ : คอลัมนิสต์ออนไลน์
ฎีกาวาไรตี้
อ่านเพื่อสอบ
เอ็กซเรย์ฎีกา
จับหลักชนฎีกา
พิชิต 3 สนามสอบ
เกร็ดกฎหมายน่ารู้
กุญแจหลักกฎหมาย
สรุปหลักทักทายฎีกา
ประเด็นร้อนก่อนสอบ
คุยเฟื้องเรื่องกฎหมาย
ปอกเปลือกข้อกฎหมาย
ข้อกฎหมายเด่นฎีกาดัง
เกร็ดเล็กๆ ปัญหาใหญ่ๆ
ศิษย์เซียนเต่าเขย่าฎีกา
เทคนิคสอบภาษาอังกฤษ
กองบรรณาธิการเว็บไซต์
ข้อมูลสำคัญ (สำหรับสมาชิก)
เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง !!!
ถามตอบฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ !
ชุดเก็งข้อสอบเนติบัณฑิตรายข้อ
ฉบับท่องไปสอบ ภาค ๑
ฉบับท่องไปสอบ ภาค ๒
ชุดเจาะหลักฎีกาพิสดารรายมาตรา
เจาะหลักฎีกาพิสดาร ภาค ๑
เจาะหลักฎีกาพิสดาร ภาค ๒
ชุดสกัดฎีกาคำบรรยายเนติบัณฑิต
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาค ๑
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาค ๒
สกัดบทบรรณาธิการ ภาค ๑
สกัดบทบรรณาธิการ ภาค ๒
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์
เนื้อหาใหม่ล่าสุดวันนี้
เนื้อหายอดฮิตผู้เข้าชมสูงสุด
รวมลิงก์เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
องค์กรศาล
ศาลฎีกา
ศาลยุติธรรม
ศาลปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ
องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
กกต.
ป.ป.ช.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
องค์กรอัยการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ
เนติบัณฑิตและทนายความ
เนติบัณฑิต
สภาทนายความ
สืบค้นหาข้อมูลกฎหมาย
สืบค้นฎีกา 2007
สืบค้นกฎหมาย (ศาล)
สืบค้นกฎหมาย (กฤษฎีกา)
สืบค้นกฎหมาย (พาณิชย์)
คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
คำชี้ขาดอำนาจระหว่างศาล
คำพิพากษาศาลปกครอง
คำพิพากษาอาญาการเมือง
สืบค้นราชกิจจานุเบกษา
สืบค้นความเห็นกฤษฎีกา
ค้นร่างกฎหมายที่น่าสนใจ
ลิงก์ตัวบทกฎหมายที่สำคัญ
รัฐธรรมนูญ ปี 2560
รัฐธรรมนูญ ปี 2557
รัฐธรรมนูญ ปี 2550
รัฐธรรมนูญ ปี 2540
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายแพ่ง
ประมวลกฎหมาย วิ.อาญา
ประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการฯ
พ.ร.บ.ความรับผิดละเมิดฯ
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ
พ.ร.บ.เงินทดแทนฯ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ
พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินฯ
พ.ร.บ.การรับขนของฯ
ประมวลรัษฎากรฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีฯ
ข้อกำหนดคดีภาษีฯ
พ.ร.บ.ล้มละลายฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายฯ
พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ
พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ
พ.ร.บ.ข้าราชการอัยการฯ
พ.ร.บ.บริหารแผ่นดินฯ
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงฯ
พ.ร.ป.ออกเสียงประชามติฯ
พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ฯ
พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ
พ.ร.ป.ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ กกต.ฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ ปปช.ฯ
พ.ร.ป.การตรวจเงินแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.อาญานักการเมืองฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคฯ
พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคฯ
กลุ่ม facebook ที่น่าสนใจ
เนติบัณฑิตไทย
กลุ่มเตรียมสอบเนติฯ
กลุ่มผู้มุ่งมั่นที่จะสอบฯ
กลุ่มเตรียมสอบอัยการ/ศาล
กลุ่มสอบตั๋วทนาย
กลุ่มกฎหมายสร้างชาติ
กลุ่มที่ปรึกษากฎหมาย
ฎีกากฎหมายพิเศษ
ธรรมมะกับกฎหมาย
หลักกฎหมายปกครองวันละฯ
ปรึกษากฎหมายฟรี
ปรึกษากฎหมายออนไลน์ฟรี
คลังกฎหมาย
ข้อกฎหมายเด่น ฎีกาดัง
นักกฎหมายไทย
โจทย์จากฎีกาฯ
โพลล์
ความพึงพอใจในการให้บริการ
  
สถิติเว็บไซต์
OS: Windows
PHP: 5.2.17
MySQL: 5.6.33-log
เวลา : 17:35
Caching: Disabled
GZIP: Disabled
จำนวนสมาชิก : 356
จำนวนข่าวสาร : 17455
เว็บลิงก์: 264
ผู้เยี่ยมชม: 66527374
สถิติผู้เข้าเยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 400 บุคคลทั่วไป ออนไลน์


 
   
 
กุญแจหลักกฎหมาย : เรื่อง คำสนอง (ฺฺโดย Rymani R.) พิมพ์
คอลัมนิสต์ติวเตอร์ออนไลน์ - คอลัมน์ : กุญแจหลักกฎหมาย (Rymani R.)
Wednesday, 06 September 2017

คอลัมน์ : กุญแจหลักกฎหมาย


เรื่อง คำสนอง

 

การก่อให้เกิดให้สัญญานั้นมีหลักคือ “คำเสนอและคำสนองต้องถูกต้องตรงกัน” โดยบทความนี้ ผู้เขียนจะพิจารณาศึกษาประเด็นหลักกฎหมายและคำพิพากษาของศาลที่น่าสนใจเกี่ยวกับคำสนอง

(1) กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 357-361

(2) ข้อพิจารณา

- “คำสนอง” คือ การแสดงเจตนาตอบรับคำเสนอ ซึ่งผู้ได้รับคำเสนอตกลงที่จะทำสัญญาตามคำเสนอนั้น คำสนองจะต้องมีข้อความที่ถูกต้องตรงกับคำเสนอในสาระสำคัญทุกประการ สัญญาจึงจะเกิดขึ้นได้

- ลักษณะของคำสนอง มีดังนี้

ก. คำเสนอเป็นนิติกรรมฝ่ายเดียวที่ต้องมีผู้รับการแสดงเจตนา

ข. ต้องเป็นการแสดงเจตนาโดยชัดแจ้ง หรือโดยปริยาย หรือโดยการนิ่ง (สันนิษฐานได้ว่าเป็นการสนอง) ก็ได้ **ระวัง โดยปกติการนิ่งเฉยไม่ถือเป็นการแสดงเจตนาตอบรับข้อเสนอของผู้เสนอและถือได้ว่าผู้สนองปฏิเสธไม่ยินยอมตามข้อเสนอนั้น

ค. ต้องมีข้อความชัดเจนแน่นอนว่าตกลงตามคำเสนอ โดยปราศเงื่อนไขและเงื่อนเวลา

**ระวัง กรณีคำเสนอและคำสนองถูกต้องตรงกันในสาระสำคัญแล้ว แต่มีรายละเอียดบางประการที่ผู้สนองกำหนดขึ้น เช่นนี้ ย่อมก่อให้เกิดสัญญามีผลบังคับโดยสมบูรณ์ขึ้นแล้ว เช่น ตกลงซื้อขายสินค้ากันเสร็จแล้ว เหลือเพียงรายละเอียดในการวางบิลเวลาใด ติดต่อกับพนักงานคนใดและสถานที่ใด

ง. คำสนองต้องกระทำแก่ “ผู้เสนอ” เท่านั้น เว้นแต่ผู้เสนอกำหนดให้แสดงเจตนากับบุคคลอื่น

จ. จะต้องตอบรับคำสนองภายในระยะเวลาที่คำเสนอยังไม่สิ้นความผูกพัน หรือไม่ได้ถูกถอนคำเสนอไป

- ผลของคำสนอง คือ เกิดเป็นสัญญาผูกพันผู้เสนอและผู้สนอง ดังนั้น จึงไม่อาจมีการถอนคำสนองได้อีก เว้นแต่เป็นคำสนองที่ส่งไปถึงผู้เสนอซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้าและการบอกถอนคำสนองได้ไปถึงก่อนหรือพร้อมกับคำสนอง คำสนองจึงถอนได้ (มาตรา 169 วรรคหนึ่ง)

** ระวัง คำสนองไม่อยู่ในบังคับมาตรา 360 ดังนั้น แม้ผู้สนองตายหรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ คำสนองที่แสดงเจตนาออกไปก่อนแล้วก็ใช้บังคับได้ เว้นแต่ขัดกับเจตนาของผู้ทำคำสนอง

- คำสนองกลายเป็นคำเสนอขึ้นใหม่ แบ่งการพิจารณาได้ดังนี้

ก. คำสนองล่วงเวลา - คำสนองที่ไปถึงผู้เสนอช้ากว่าเวลาที่กำหนดให้ทำคำสนอง หรือคำสนองที่เห็นโดยประจักษ์ว่าได้สั่งโดยทางการแล้วซึ่งตามปกติควรจะมาถึงภายในกำหนดเวลาที่ให้ทำคำสนอง แต่คำสนองนั้นมาถึงล่าช้ากว่ากำหนด และผู้เสนอได้บอกกล่าวแก่ผู้สนองว่าคำสนองนั้นมาถึงช้ากว่ากำหนด ผล คือ ทำให้คำเสนอสิ้นความผูกพันและคำสนองที่ไปถึงล่วงเวลานั้นกลายเป็นคำเสนอขึ้นมาใหม่ (มาตรา 358, 359)

ข. คำสนองที่มีข้อความเพิ่มเติม หรือมีข้อจำกัด หรือมีข้อแก้ไขอย่างอื่นประกอบ ไม่ตรงกับข้อความในคำเสนอทุกประการ - ถือว่าเป็นคำบอกปัดไม่รับคำเสนอ ซึ่งมีผลให้คำเสนอสิ้นความผูกพัน และคำสนองนั้นจะกลายเป็นคำเสนอขึ้นมาใหม่ (มาตรา 359)

(3) ข้อสังเกต

- แม้คำเสนอและคำสนองจะถูกต้องตรงกันแต่ก็อาจไม่เป็นผลเกิดเป็นสัญญาก็ได้ หากคู่สัญญาแม้เพียงฝ่ายเดียวได้แสดงเจตนาว่าต้องตกลงกันหมดทุกข้อให้เรียบร้อยก่อน หรือได้ตกลงกันว่าสัญญาต้องทำเป็นหนังสือก่อน (มาตรา 366)

(4) คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ

5044/2557 โจทก์บอกปัดคำเสนอของจำเลยที่จำเลยส่งไปยังโจทก์ แต่คำบอกปัดของโจทก์ที่ส่งไปยังจำเลยเป็นคำบอกปัดมีเงื่อนไข จึงเป็นคำเสนอขึ้นใหม่ ของโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 359 วรรคสอง ซึ่งเนื้อหาของโจทก์ที่ทำขึ้นใหม่สืบเนื่องและอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับคำเสนอของจำเลย โดยเฉพาะในเรื่องระยะเวลาการส่งมอบสินค้าเหล็กเส้น ซึ่งตามข้อเสนอของจำเลยระบุในทำนองว่า ให้โจทก์เริ่มส่งสินค้าตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2551 เป็นต้นไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2551 ส่วนในคำเสนอขึ้นใหม่ของโจทก์ระบุว่าระยะเวลาการส่งสินค้าเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2551 สิ้นสุดภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2551 และกำหนดให้แจ้งแผนการส่งสินค้าเป็นลายลักษณ์อักษรให้โจทก์ทราบภายในวันที่ 5 ตุลาคม 2551 เมื่อคำเสนอขึ้นใหม่ของโจทก์ในเรื่องระยะเวลา รวมทั้งในเรื่องอื่นๆ ไม่ได้แตกต่างกับคำเสนอ เดิมของจำเลยมาก ย่อมอยู่ในวิสัยที่วิญญูชน จะคาดหมายได้ว่าจำเลยจะสนองรับคำเสนอของโจทก์เป็นแน่ ยิ่งคำเสนอขึ้นใหม่ของโจทกระบุว่า “บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบรับ จากท่านด้วยความยินดีและถือว่าเอกสารฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาด้วย” ยิ่งแสดงให้เห็นว่าโจทก์ ก็เชื่อมั่นว่าจำเลยจะสนองรับคำเสนอของโจทก์ ไม่เช่นนั้นคงไม่ระบุว่าให้ถือว่าคำเสนอขึ้นใหม่ของโจทก์เป็นส่วนหนึ่งขอสัญญา เมื่อจำเลยได้รับทราบ เนื้อความในคำเสนอขึ้นใหม่ของโจทก์ ก็ไม่ได้แจ้งขอแก้ไขรายละเอียดไปยังโจทก์ ตามพฤติการณ์แห่งคดีฟังได้ว่าจำเลยได้เสนอรับคำเสนอขึ้นใหม่ของโจทก์แล้วตั้งแต่จำเลยได้รับทราบรายละเอียดในเอกสารที่มีการส่งให้แก่จำเลยทางโทรสารซึ่งเป็นเวลาก่อนที่โจทก์จะส่งหนังสือแจ้งกำหนดการส่งเหล็กเส้นไปยังจำเลย เมื่อจำเลยสนองรับ คำรับเสนอของโจทก์แล้วย่อมเกิดเป็นสัญญาขึ้นนับแต่นั้นและมีผลผูกพันให้โจทก์และจำเลยต้องปฏิบัติตามข้อสัญญาที่มีการแก้ไขใหม่

โจทก์มีหนังสือแจ้งกำหนดการส่งเหล็กเส้นซึ่งมีเนื้อหาในทำนองว่าโจทก์จะเริ่มส่งสินค้าที่ซื้อขายให้แก่จำเลยในเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2551 และขอให้จำเลยแจ้งกำหนดวัน เวลาและสถานที่รับสินค้าให้โจทก์ทราบภายใน 3 วัน นับแต่ได้รับหนังสือ มิฉะนั้นจำเลยต้องรับสินค้า จากคลังสินค้าของโจทก์ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2551 ไปยังจำเลย ถือได้ว่าโจทก์ไม่ประสงค์ที่จะปฏิบัติตามข้อสัญญาในเรื่องระยะเวลาที่โจทก์ส่งมอบสินค้าซึ่งมีการแก้ไขใหม่ที่กำหนดให้โจทก์ส่งมอบสินค้าให้แก่จำเลยในระหว่างวันที่ 15 ตุลาคา 2551 ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2551 โดยให้จำเลยแจ้งแผนการจัดส่งสินค้าให้แก่โจทก์ทราบภายในวันที่ 5 ตุลาคม 2551 ทั้งเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อสัญญาของสัญญาซื้อขายเหล็กเส้นที่กำหนดให้คู่สัญญาจะต้องร่วมกันแก้ไขข้อโต้แย้งที่เกิดข้นด้วยความเป็นธรรมฉันท์มิตร การกระทำของโจทก์ย่อมเป็นการผิดสัญญาต่อจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ และไม่เป็นการผิดสัญญาต่อโจทก์

ฎ. 13215/2556 เมื่อจำเลยผิดสัญญาไม่ชำระเงินค่าที่ดินที่ค้างชำระและไม่ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินภายในกำหนดโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลย สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจึงเป็นอันเลิกกัน การที่กรรมการโจทก์มีหนังสือแจ้ง น. ภายหลังจากที่โจทก์บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยแล้วมีใจความว่า ตามที่ น. แจ้งความประสงค์จะซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 485/10 โฉนดที่ดินเลขที่ 424 ตำบลคลองถนน อำเภอสายไหม กรุงเทพมหานคร ในโครงการสะพานใหม่วิลล์นั้น โจทก์ตกลงจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่ น. ในราคา 1,040,000 บาท หาก น. พร้อมที่จะรับโอนกรรมสิทธิ์ได้ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2548 เท่านั้น หนังสือดังกล่าวถือได้ว่าเป็นคำสนองรับคำเสนอของ น. แต่เป็นคำสนองที่มีข้อความเพิ่มเติม มีข้อจำกัดหรือมีข้อแก้ไขอย่างอื่นประกอบด้วย ถือว่าเป็นคำบอกปัดไม่รับคำเสนอบางส่วนของ น. ทั้งเป็นคำเสนอขึ้นใหม่ด้วยในตัวตาม ป.พ.พ. มาตรา 359 วรรคสอง น. ไม่สนองรับคำเสนอดังกล่าวโดยการรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างภายในระยะเวลาที่โจทก์กำหนด คำเสนอของโจทก์ย่อมสิ้นผลไป ไม่ก่อให้เกิดข้อตกลงหรือสัญญาระหว่างโจทก์กับ น. กรณีมิใช่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ หนี้ระหว่างโจทก์และจำเลยไม่ระงับไปด้วยการแปลงหนี้ใหม่

ฎ. 772/2550 จำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลในประเทศอิตาลีทำคำเสนอทางโทรพิมพ์มายังโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย โจทก์ไม่ได้ตกลงรับว่าจะออกหนังสือประกันให้ตามที่จำเลยเสนอมาในทันที แต่กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมในคำสนองว่าโจทก์จะออกหนังสือประกันให้ก็ต่อเมื่อจำเลยยอมประกันช่วงแก่โจทก์ว่าจำเลยจะชดใช้เงินตามจำนวนที่โจทก์ชำระให้แก่ผู้รับประโยชน์คืนให้แก่โจทก์ เมื่อคำสนองดังกล่าวมีข้อความเพิ่มเติม มีข้อจำกัด หรือมีข้อแก้ไขอย่างอื่นประกอบด้วย จึงถือว่าเป็นคำบอกปัดไม่รับ ทั้งมีผลเป็นคำเสนอขึ้นใหม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 359 วรรคสอง แม้จำเลยได้รับโทรพิมพ์ดังกล่าวแล้ว สัญญาขอให้ออกหนังสือประกันและสัญญาประกันช่วงระหว่างโจทก์จำเลยก็ยังหาได้เกิดขึ้นที่ประเทศอิตาลีดังที่จำเลยอ้างแต่อย่างใดไม่ เมื่อจำเลยมีโทรพิมพ์ ตอบกลับมายังโจทก์ว่าจำเลยให้อำนาจโจทก์ระบุข้อความรับผิดในการประกันช่วงดังกล่าวได้ โดยมิได้มีข้อความเพิ่มเติมหรือเงื่อนไขอย่างใดอีก โทรพิมพ์ดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นคำสนองของจำเลย ดังนี้ สัญญาขอให้ออกหนังสือประกันและสัญญาประกันช่วงระหว่างโจทก์จำเลยย่อมเกิดขึ้นทันทีที่โจทก์ได้รับโทรพิมพ์ดังกล่าวที่ประเทศไทยตาม ป.พ.พ. มาตรา 361 วรรคแรกจึงต้องใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่สัญญาเกิดคือกฎหมายไทยบังคับและต้องฟ้องคดีต่อศาลไทย ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ.2481 มาตรา 13

ฎ. 619/2548 เมื่อจำเลยนำเครื่องวิทยุคมนาคมมาขอใช้บริการจากสำนักงานสาขาหรือตัวแทนของโจทก์ สำนักงานสาขาหรือตัวแทนของโจทก์จะเสนอคำขอ / สัญญาการใช้บริการวิทยุคมนาคมมาให้สำนักงานใหญ่ของโจทก์พิจารณาอนุมัติ ย่อมถือได้ว่าคำขอใช้บริการวิทยุคมนาคมที่จำเลยกรอกข้อความแล้วยื่นต่อสำนักงานสาขาหรือตัวแทนของโจทก์ดังกล่าว เป็นการทำคำเสนอเพื่อขอใช้บริการวิทยุคมนาคมต่อโจทก์ ส่วนการพิจารณาอนุมัติคำขอและเปิดสัญญาณคลื่นวิทยุคมนาคมของสำนักงานใหญ่ของโจทก์นั้น ถือได้ว่าเป็นการกระทำอันใดอันหนึ่งซึ่งมีผลเป็นการแสดงเจตนาสนองรับคำเสนอของจำเลยตามคำขอที่ได้ยื่นขอใช้บริการ แม้จะเป็นการแสดงเจตนาที่กระทำต่อจำเลยซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้า แต่ก็เป็นตามปกติประเพณีการตกลงทำสัญญาการใช้บริการวิทยุคมนาคม การกระทำในลักษณะนี้ได้เกิดเป็นสัญญาขึ้นเมื่อสำนักงานใหญ่ของโจทก์ได้สนองรับคำเสนอโดยการเปิดสัญญาณวิทยุคมนาคมอันมีผลให้จำเลยสามารถใช้บริการวิทยุคมนาคมจากโจทก์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีคำบอกกล่าวสนองไปถึงจำเลยผู้เสนอตาม ป.พ.พ. มาตรา 361 วรรคสองอีก ดังนั้น สัญญาการใช้บริการวิทยุคมนาคมระหว่างโจทก์กับจำเลยได้เกิดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของโจทก์ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น จึงถือได้ว่าศาลชั้นต้นเป็นศาลหนึ่งที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (6) และมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้

 

Rymani R.

< ก่อนหน้า   ถัดไป >