ยินดีต้อนรับเข้าสู่ STD LAW CENTER ศูนย์บริการข้อมูลกฎหมายออนไลน์ เอกสารเตรียมสอบเนติบัณฑิต ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และทนายความ เชิญชวนผู้ที่มีความมุ่งมั่นก้าวไปสู่ความสำเร็จในวิชาชีพกฎหมาย ได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบทุกสนาม ก่อนปฏิบัติงานจริงในวิชาชีพกฎหมาย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำเว็บไซต์ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิก STD มีสิทธิพิเศษมากมาย ดูรายละเอียดได้ในเมนูเปิดรับสมัครสมาชิก
www.stdlawcenter.com arrow โฟกัสหลักกฎหมาย วิ.อาญา arrow ย่อเรื่องอำนาจสอบสวน-STD87
 
เข้าสู่ระบบสำหรับสมาชิกSTD
(สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก)
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
ข้อมูลทั่วไปสำหรับเตรียมสอบ
www.stdlawcenter.com
SSRN
Gmail
Hotmail
twitter
Google +
facebook
youtube.com
google.co.th
มุมแจ้งข่าว : สมาชิกเว็บไซต์
แก้ไขข้อมูลส่วนตัว(สมาชิก)
ตัวอย่างข้อมูลสำคัญของเรา
ตรวจสอบสถานะสมาชิก !
กฎกติกาการศึกษาข้อมูล !
ค้นข้อมูลภายในเว็บไซต์ !
ติดต่อทีมงานของเราที่นี่ !
มุมแจ้งข่าว : การเปิดสมัครสอบ
ข่าวเปิดสอบศาล 2561
ข่าวเปิดสอบอัยการ 2561
ข่าวเปิดสอบตั๋วทนาย 2561
ข่าวเปิดสอบเนติ ปี 2561
ข่าวเปิดสอบราชการ 2561
มุมแจ้งข่าว : ประกาศผลสอบ
ผู้สอบผ่านศาล (จิ๋ว) 2560
ผู้สอบผ่านศาล (ล) 2559
ผู้สอบผ่านศาล (ญ) 2560
ผู้สอบผ่านอัยการ(พิเศษ)
ผู้สอบผ่านอัยการ(จิ๋ว)2560
ผู้สอบผ่านอัยการ (ล) 2559
ผู้สอบผ่านอัยการ (ญ) 2559
ผู้สอบผ่านเนติ แพ่ง 1/70
ผู้สอบผ่านเนติ อาญา 1/70
ผู้สอบผ่านเนติ วิ.พ. 2/70
ผู้สอบผ่านเนติ วิ.อ. 2/70
รายชื่อเนติบัณฑิต สมัย 70
มุมแจ้งข่าว : ประกาศคะแนนสอบ
ดูคะแนนสอบศาล ปี 2561
ดูคะแนนสอบอัยการ(จิ๋ว) 59
ดูคะแนนสอบอัยการ (ล) 59
ดูคะแนนสอบอัยการ (ญ) 59
ดูคะแนนสอบเนติ 1/70
ดูคะแนนสอบเนติ 2/70
มุมอ่านสอบ : โฟกัสฎีกาน่าสนใจ
ฎีกาน่าสนใจรายวัน แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายวัน อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.อาญา
ฎีกามีหมายเหตุ แพ่ง
ฎีกามีหมายเหตุ อาญา
ฎีกามีหมายเหตุ วิ.แพ่ง
ฎีกามีหมายเหตุ วิ.อาญา
วลีเด็ดจากฎีกา แพ่ง
วลีเด็ดจากฎีกา อาญา
วลีเด็ดจากฎีกา วิ.แพ่ง
วลีเด็ดจากฎีกา วิ.อาญา
มุมอ่านสอบ : โฟกัสหลักกฎหมาย
โฟกัสหลักกฎหมาย แพ่ง
โฟกัสหลักกฎหมาย อาญา
โฟกัสหลักกฎหมาย วิ.แพ่ง
โฟกัสหลักกฎหมาย วิ.อาญา
โฟกัสหลักกฎหมาย การค้า
โฟกัสหลักกฎหมาย บริโภค
โฟกัสหลักกฎหมาย ปัญญา
โฟกัสหลักกฎหมาย ครอง
โฟกัสหลักกฎหมาย ภาษี
โฟกัสหลักกฎหมาย รธน.
โฟกัสหลักกฎหมาย แรงงาน
โฟกัสหลักกฎหมาย ล้ม
โฟกัสหลักกฎหมาย พยาน
โฟกัสหลักกฎหมาย เด็ก
โฟกัสหลักกฎหมาย ศาล
มุมอ่านสอบ : ข้อสอบเก่าและตัวบท
สถิติข้อสอบเก่า
ถาม-ตอบ ข้อสอบเก่า
ถาม-ตอบ ปัญหาตุ๊กตา
ถาม-ตอบ ตัวบทกฎหมาย
ประมวลกฎหมายที่สำคัญ
ภาษาอังกฤษนักกฎหมาย
มุมอ่านสอบ : คอลัมนิสต์ออนไลน์
ฎีกาวาไรตี้
อ่านเพื่อสอบ
เอ็กซเรย์ฎีกา
จับหลักชนฎีกา
พิชิต 3 สนามสอบ
เกร็ดกฎหมายน่ารู้
กุญแจหลักกฎหมาย
สรุปหลักทักทายฎีกา
ประเด็นร้อนก่อนสอบ
คุยเฟื้องเรื่องกฎหมาย
ปอกเปลือกข้อกฎหมาย
ข้อกฎหมายเด่นฎีกาดัง
เกร็ดเล็กๆ ปัญหาใหญ่ๆ
ศิษย์เซียนเต่าเขย่าฎีกา
เทคนิคสอบภาษาอังกฤษ
กองบรรณาธิการเว็บไซต์
ข้อมูลสำคัญ (สำหรับสมาชิก)
เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง !!!
ถามตอบฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ !
ชุดเก็งข้อสอบเนติบัณฑิตรายข้อ
ฉบับท่องไปสอบ ภาค ๑
ฉบับท่องไปสอบ ภาค ๒
ชุดเจาะหลักฎีกาพิสดารรายมาตรา
เจาะหลักฎีกาพิสดาร ภาค ๑
เจาะหลักฎีกาพิสดาร ภาค ๒
ชุดสกัดฎีกาคำบรรยายเนติบัณฑิต
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาค ๑
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาค ๒
สกัดบทบรรณาธิการ ภาค ๑
สกัดบทบรรณาธิการ ภาค ๒
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์
เนื้อหาใหม่ล่าสุดวันนี้
เนื้อหายอดฮิตผู้เข้าชมสูงสุด
รวมลิงก์เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
องค์กรศาล
ศาลฎีกา
ศาลยุติธรรม
ศาลปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ
องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
กกต.
ป.ป.ช.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
องค์กรอัยการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ
เนติบัณฑิตและทนายความ
เนติบัณฑิต
สภาทนายความ
สืบค้นหาข้อมูลกฎหมาย
สืบค้นฎีกา 2007
สืบค้นกฎหมาย (ศาล)
สืบค้นกฎหมาย (กฤษฎีกา)
สืบค้นกฎหมาย (พาณิชย์)
คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
คำชี้ขาดอำนาจระหว่างศาล
คำพิพากษาศาลปกครอง
คำพิพากษาอาญาการเมือง
สืบค้นราชกิจจานุเบกษา
สืบค้นความเห็นกฤษฎีกา
ค้นร่างกฎหมายที่น่าสนใจ
ลิงก์ตัวบทกฎหมายที่สำคัญ
รัฐธรรมนูญ ปี 2560
รัฐธรรมนูญ ปี 2557
รัฐธรรมนูญ ปี 2550
รัฐธรรมนูญ ปี 2540
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายแพ่ง
ประมวลกฎหมาย วิ.อาญา
ประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการฯ
พ.ร.บ.ความรับผิดละเมิดฯ
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ
พ.ร.บ.เงินทดแทนฯ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ
พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินฯ
พ.ร.บ.การรับขนของฯ
ประมวลรัษฎากรฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีฯ
ข้อกำหนดคดีภาษีฯ
พ.ร.บ.ล้มละลายฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายฯ
พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ
พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ
พ.ร.บ.ข้าราชการอัยการฯ
พ.ร.บ.บริหารแผ่นดินฯ
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงฯ
พ.ร.ป.ออกเสียงประชามติฯ
พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ฯ
พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ
พ.ร.ป.ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ กกต.ฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ ปปช.ฯ
พ.ร.ป.การตรวจเงินแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.อาญานักการเมืองฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคฯ
พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคฯ
กลุ่ม facebook ที่น่าสนใจ
เนติบัณฑิตไทย
กลุ่มเตรียมสอบเนติฯ
กลุ่มผู้มุ่งมั่นที่จะสอบฯ
กลุ่มเตรียมสอบอัยการ/ศาล
กลุ่มสอบตั๋วทนาย
กลุ่มกฎหมายสร้างชาติ
กลุ่มที่ปรึกษากฎหมาย
ฎีกากฎหมายพิเศษ
ธรรมมะกับกฎหมาย
หลักกฎหมายปกครองวันละฯ
ปรึกษากฎหมายฟรี
ปรึกษากฎหมายออนไลน์ฟรี
คลังกฎหมาย
ข้อกฎหมายเด่น ฎีกาดัง
นักกฎหมายไทย
โจทย์จากฎีกาฯ
โพลล์
ความพึงพอใจในการให้บริการ
  
สถิติเว็บไซต์
OS: Windows
PHP: 5.2.17
MySQL: 5.6.33-log
เวลา : 12:57
Caching: Disabled
GZIP: Disabled
จำนวนสมาชิก : 523
จำนวนข่าวสาร : 17455
เว็บลิงก์: 264
ผู้เยี่ยมชม: 70658347
สถิติผู้เข้าเยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 230 บุคคลทั่วไป ออนไลน์


 
   
 
ย่อเรื่องอำนาจสอบสวน-STD87 พิมพ์
โฟกัสหลักกฎหมาย - โฟกัสหลักกฎหมาย : วิ.อาญา
Wednesday, 05 May 2010

ครั้งที่ ๖

เรื่อง อำนาจสอบสวน[1]

          อำนาจสอบสวนเป็นอำนาจเฉพาะกิจ หรือเป็นอำนาจเฉพาะคดีผูกพันกับคดีเป็นรายเรื่อง คือ เมื่อมีคดีเกิดขึ้นเรื่องหนึ่ง ก็จะมีอำนาจสอบสวนเริ่ม ณ บัดนั้น ผูกพันกับเรื่องนั้นตลอดไปจนจบกระบวนการ อำนาจสอบสวนจะสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๔๐ คือ

                ๑.ไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด เมื่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเห็นว่าการสอบสวนเสร็จแล้ว ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้าย พิจารณาแล้วเห็นว่า ควรงดการสอบสวน เท่ากับการสอบสวนเสร็จแล้ว ซึ่งตามมาตรา ๑๔๐ เมื่อไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด ผลสรุปมี ๒ ข้อ คือ

                                ๑) คดีที่มีโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งงดการสอบสวนได้เอง ตามมาตรา ๑๔๐(๑) แล้วส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ

                                ๒) คดีที่มีโทษจำคุกสูงกว่า ๓ ปี ให้พนักงานสอบสวนทำความเห็นว่าควรงดการสอบสวนตามมาตรา ๑๔๐(๒)  แล้วส่งสำนวนไปให้พนักงานอัยการเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป

                ถ้าพนักงานอัยการสั่งเป็นประการใดไม่ว่าจะเป็นตามข้อ ๑ )หรือ ข้อ ๒) ให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามนั้นซึ่งอาจให้งดหรือสอบสวนต่อไปก็ได้

                เมื่อพนักงานสอบสวนได้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการแล้ว อำนาจสอบสวนเสร็จสิ้นลงทันที ณ บัดนั้น จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกไม่ได้ เว้นแต่พนักงานอัยการจะมีคำสั่ง เพราะกฎหมายต้องการแยกอำนาจสอบสวนกับการฟ้องร้องออกจากกัน

                ในคดีบางคดีมีการกระทำความผิดหลายท้องที่เกี่ยวพันกันหลายท้องที่ จะให้ท้องที่ไหนสอบสวน ตามมาตรา ๑๙ ให้ทุกท้องที่ที่เกี่ยวพันกันนั้นสอบสวนได้ แต่ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ หลักก็มีว่า ใครจับได้ท้องที่นั้นก็เอาไป ถ้ายังจับตัวไม่ได้ ท้องที่ใดพบการกระทำความผิดก่อน เอาไป มาตรา ๑๘ กับ ๑๙ ใช้เฉพาะการกระทำผิดในราชอาณาจักรไทยเท่านั้น นอกราชอาณาจักรไทยใช้มาตรา ๒๐ จึงควรแยกออกเป็น ๒ กลุ่ม

                                กลุ่ม ๑ มาตรา ๑๘ ,๑๙

                                กลุ่ม ๒ มาตรา ๒๐

                ตามมาตรา ๒๐ ความผิดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร แต่สามารถลงโทษได้ในราชอาณาจักร ให้อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หรือจะมอบหมายให้พนักงานสอบสวนคนใดหรือพนักงานอัยการคนใดทำแทนก็ได้  ความผิดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร แต่สามารถลงโทษได้ในราชอาณาจักร ดู ป.อ.มาตรา ๗ และให้ดู ป.อ.มาตรา ๔ วรรคสอง ความผิดที่เกิดขึ้นในเรือไทยหรืออากาศยานไทยที่อยู่ต่างประเทศ จริงๆแล้วก็เป็นความผิดที่เกิดนอกราชอาณาจักรตามมาตรา ๒๐ นี้ แม้ ป.อ.ใช้คำว่าให้ถือว่าเกิดในราชอาณาจักไทยก็ตาม คือตาม ป.วิ.อ.ดูที่ที่ความผิดเกิดขึ้นจริงๆ

                กรณีที่ความผิดเกิดในเรือไทยที่จอดอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ จึงเป็นกรณีตามมาตรา ๒๐

                กรณีสถานีรถไฟปาดังเบร์ซาร์ สถานีนี้เป็นสถานีร่วมระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลมาเลเซีย เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันคนละครึ่ง แต่เป็นแผ่นดินอยู่ในดินแดนของประเทศมาเลเซีย ไม่ใช่แผ่นดินของประไทยแม้กรรมสิทธิ์จะเป็นของรัฐบาลไทยด้วยก็ตาม จึงเป็นกรรีความผิดเกิดนอกราชอาณาจักร และต้องดูต่อว่าลงโทษในประเทศไทยได้หรือไม่ ถ้าได้ก็เข้า มาตรา ๒๐ เช่นเดียวกับสถานทูตของต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย แผ่นดินเป็นของประเทศไทยไม่ใช่แผ่นดินของต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าความผิดเกิดในสถานทูตที่อยู่ในประเทศไทย พนักงานสอบสวนจะเข้าไปสอบสวนได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากสถานทูตของประเทศนั้นๆก่อน เพราะมีข้อตกลงระหว่างประเทศในเรื่องเอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูต

                ถ้ามีปัญหาต่อมาว่า พนักงานสอบสวนคนใดในจังหวัดเดียวกันควรเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒๑

                ในจังหวัดเดียวกันในต่างจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ชี้ขาด เช่น ความผิดเกิดในจังหวัดชลบุรี ไม่ว่าจะเป็น อำเภอบางละมุง อำเภอศรีราชา อำเภอบางแสน เหล่านี้มีอำนาจทั้งนั้น แล้วใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ ก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ชี้ขาด  เช่น ถ้าผู้ว่าฯเห็นว่าพยานหลักฐานอยู่ที่อำเภอศรีราชามาก จึงให้นายอำเภอศรีราชารับผิดชอบ ท้องที่บางละมุงต้องส่งเรื่องให้ สภอ.ศรีราชาเป็นผู้รับผิดชอบวินิจฉัยสั่งการสำนวนคดีต่อไป

                ในกรุงเทพมหานคร ให้ ผบ.ตร. หรือ อตร. เป็นผู้ชี้ขาด

                ในระหว่างหลายจังหวัด ให้อัยการสูงสุดหรือผู้ทำการแทน เป็นผู้ชี้ขาด

                การชี้ขาดอำนาจสอบสวนมีความสำคัญเพราะเป็นเงื่อนไขในการฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และเป็นเงื่อนไขในการรับฟ้องคดีของศาล

กรณีความผิดอันยอมความได้หรือความผิดต่อส่วนตัว

ตัวอย่าง  ความผิดอันอันเกิดจากการใช้เช็ค ความผิดจะเกิดขึ้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ความจริงความผิดเกิดตั้งแต่วันเซ็นเช็ค แต่ความผิดยังไม่สมบูรณ์จนกว่าธนาคารปฏิเสธ เช่น เซ็นเช็ค วันที่ ๑ มกราคม เป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ครบกำหนด วันที่ ๙ มกราคม ผู้ทรงเช็คยังไม่ได้เอาเช็คไปเข้าบัญชี ธนาคารยังไม่ได้ปฏิเสธ ความผิดก็ยังไม่เกิด ทั้งๆที่บัญชีผู้สั่งจ่ายมีเงินไม่พอจ่าย ขั้นตอนของการกระทำความผิดเริ่มตั้งแต่เซ็นชื่อแล้ว แต่มาครบองค์ประกอบจริงๆเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ฉะนั้นอำนาจสอบสวนจึงมีตั้งแต่ท้องที่ที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินและท้องที่ที่เซ็นชื่อด้วย

แต่อย่างไรก็ดีความผิดอันยอมความได้ พนักงานสอบสวนจะสอนสวนได้จะต้องมีการร้องทุกข์เสียก่อน แม้ความผิดจะเกิดขึ้นแล้วก็ตาม

สรุป อำนาจสอบสวนในคดีอาญามี ๒ ประเภท

๑.คดีอาญาแผ่นดิน

๒.คดีความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดอันยอมความได้ ความผิดประเภทนี้ต้องมีการร้องทุกข์เสียก่อน จึงสอบสวนได้

 

 

 

 

 

ครั้งที่ ๗

เรื่อง เขตอำนาจศาล

อำนาจศาลนี้ เมื่อความผิดอาญาเกิดขึ้นแล้วจะชำระที่ศาลไหน หลักสำคัญอยู่ที่มาตรา ๒๒

ความผิดเกิดที่ไหนให้ชำระที่ศาลนั้น แต่อย่างไรก็ดี ถ้ามีเหตุจำเป็นหรือเพื่อความสะดวก มาตรา ๒๒(๑) อาจชำระคดีที่ศาลที่จำเลยมีที่อยู่ ศาลที่จำเลยถูกจับ หรือศาลที่ทำการสอบสวนก็ได้

                ถ้าความผิดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไทยให้ชำระคดีที่ศาลอาญา หรือชำระที่ศาลที่ทำการสอบสวนก็ได้ ตามมาตรา ๒๒(๒) เมื่อความผิดเกิดขึ้นแล้วได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ให้ทำการสอบสวนท้องที่ใด ท้องที่นั้นก็จะเข้าอยู่ในเกณฑ์ (๒)นี้ แต่ทั้งนี้การสอบสวนต้องทำโดยถูกต้อง คือ ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้เป็นผู้รับผิดชอบทำการสอบสวน

                ในกรณีที่มีการยื่นฟ้องคดีที่เกี่ยวพันกัน หลักอยู่ในมาตรา ๒๔ คดีที่เกี่ยวพันกันหลายท้องที่ ยึดหลักดังนี้ ฟ้องทุกเรื่อง ฟ้องทุกคนต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีที่สูงกว่า ถ้าศาลใดมีอำนาจชำระคดีสูงกว่าเหมาหมด ถ้าคดีที่มีโทษเท่ากัน ศาลไหนรับไว้ก่อนก็เหมาหมด

                สรุป กรณีปกติ ดูมาตรา ๒๒ กรณีไม่ปกติหรือคดีเกี่ยวพันกัน ดูมาตรา ๒๔    

การโอนคดี

                การโอนคดีมี ๒ กรณี คือ การโอนคดีในคดีปกติ กับ การโอนคดีไม่ปกติ กรณีที่ศาลตั้งแต่สองศาลขึ้นไปต่างมีอำนาจชำระคดี ถ้าได้ยื่นฟ้องคดีนั้นต่อศาลซึ่งตามฟ้องความผิดไม่ได้เกิดในเขต

โจทก์หรือจำเลยจะร้องขอให้โอนคดีไปชำระที่ศาลซึ่งความผิดได้เกิดในเขตก็ได้

                กรณีโอนคดีตามปกติ เป็นกรณีที่ศาลมีอำนาจ ๓ ศาล คือ ศาลที่ความผิดเกิด ศาลที่จำเลยมีที่อยู่ หรือศาลที่จำเลยถูกจับ ถ้าได้ยื่นฟ้องต่อศาลที่ความผิดมิได้เกิด คือ ฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีที่อยู่หรือถูกจับ ถ้าโจทก์หรือจำเลยเห็นว่าโอนคดีจะสะดวกกว่า ดีกว่า พยานหลักฐานมีมาก โจทก์หรือจำเลยมีสิทธิขอให้โอนคดีไปยังศาลที่ความผิดเกิดได้

                กรณีโอนคดีไม่ปกติ เป็นการฟ้องต่อศาลที่ความผิดเกิด แต่ภายหลังปรากฏแก่โจทก์ว่าการพิจารณาคดีจะสะดวกยิ่งขึ้นถ้าโอนไปที่ศาลอื่นที่มีอำนาจชำระคดีได้พิจารณาคดีนั้น ซึ่งโจทก์ฝ่ายเดียวมีสิทธิขอ

                ตัวอย่าง แดงทำผิดที่จังหวัดชัยนาท แต่มีที่อยู่ที่จังหวัดสิงห์บุรี และถูกจับที่จังหวัดอุทัยธานี

พนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปยังอัยการจังหวัดชัยนาท ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดชัยนาท ระหว่างพิจารณาจำเลยบอกว่าญาติมาเยี่ยมลำบากขอโอนไปที่จังหวัดอุทัยธานีได้หรือไม่ ตอบไม่ได้ จำเลยขอไม่ได้ เพราะเป็นกรณีที่ฟ้องต่อศาลที่ความผิดเกิด แล้วขอโอนไปศาลที่ความผิดไม่ได้เกิด โจทก์เท่านั้นที่ขอได้ ตามมาตรา ๒๓

                ตัวอย่าง ความผิดเกิดที่ชัยนาท จำเลยอยู่จังหวัดอุทัยธานี ถูกจับที่สิงห์บุรี เมื่อได้ฟ้องต่อศาลแล้ว จำเลยขอโอนไปจังหวัดนครสวรรค์อ้างว่าภริยาอยู่ที่นั่นโอนได้หรือไม่ ตอบไม่ได้ เพราะศาลจังหวัดนครสวรรค์ไม่ใช่ศาลที่มีอำนาจ เพราะไม่ใช่ศาลที่ความผิดเกิด ไม่ใช่ศาลที่จำเลยมีที่อยู่ ไม่ใช่ศาลที่จำเลยถูกจับ ไม่ใช่ศาลที่ทำการสอบสวน

                ตัวอย่าง ความผิดเกิดที่ชัยนาท จำเลยมีที่อยู่ที่สิงห์บุรี ถูกจับที่อุทัยธานี โจทก์ได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดชัยนาท โจทก์บอกว่าได้ย้ายบ้านไปอยู่ลำปาง ขอโอนคดีไปที่ลำปางได้หรือไม่ ตอบไม่ได้ ศาลจังหวัดลำปางไม่เกี่ยวข้องเลย กล่าวคือ ต้องโอนไปยังศาลที่มีอำนาจเหนือคดีนั้นเท่านั้น

                การโอนคดีในกรณีที่ไม่ปกติ  ตามมาตรา ๒๖ เมื่อได้ยื่นฟ้องแล้ว ถ้าเกิดเหตุพิเศษต่างๆที่ระบุไว้ตามมาตรา ๒๖ เช่น เมื่อพิจารณาจากลักษณะความผิด จำนวนจำเลย ฐานะจำเลย อาจเกิดความไม่สงบเรียบร้อยในการดำเนินคดี หรือเกิดเหตุร้ายอย่างอื่น โจทก์หรือจำเลยอาจร้องขอต่อประธานศาลฎีกาขอโอนคดีไปศาลอื่นก็ได้ ถ้าประธานศาลฎีกาเห็นสมควรจะสั่งให้โอนคดีไปที่ไหนก็ได้

                สรุป การโอนคดีมี ๒ วิธี

                        ๑.กรณีปกติจะต้องโอนหมุนเวียนกันอยู่ในศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้นเท่านั้น

                       ๒.กรณีไม่ปกติ จะโอนไปที่ไหนก็ได้ ซึ่งผู้มีอำนาจสั่ง คือประธานศาลฎีกา

 

 ขอให้โชคดี

พลังแห่งความศรัทธา  คือ  ชัยชนะแห่งความสำเร็จ

http://www.stdlawcenter.com

Email :

  ...((((((((( STD )))))))))...

 

 

 

 



[1] ย่อ  ~  โดยคุณิศิษฎ์ ทองมี (นบ.)  รหัสสมาชิก STD87    Email :    ย่อจากคำบรรยายเนติฯ วิชา ป.วิ.อ. ภาค ๑-  .เรวัต ฉ่ำเฉลิม สมัยที่ ๖๑ ครั้งที่ ๖ และ ๗   หมายเหตุ  เอกสารฉบับนี้ใช้เพื่อการศึกษาสำหรับสมาชิก STD เท่านั้น  ห้ามบุคคลใดนำไปจัดทำสำเนาหรือพิมพ์เพื่อการค้าหากำไร หรือนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

 

< ก่อนหน้า   ถัดไป >