ยินดีต้อนรับเข้าสู่ STD LAW CENTER ศูนย์บริการข้อมูลกฎหมายออนไลน์ เอกสารเตรียมสอบเนติบัณฑิต ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย และทนายความ เชิญชวนผู้ที่มีความมุ่งมั่นก้าวไปสู่ความสำเร็จในวิชาชีพกฎหมาย ได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบทุกสนาม ก่อนปฏิบัติงานจริงในวิชาชีพกฎหมาย โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำเว็บไซต์ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิก STD มีสิทธิพิเศษมากมาย ดูรายละเอียดได้ในเมนูเปิดรับสมัครสมาชิก
www.stdlawcenter.com arrow เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง !!! arrow คอลัมน์ : อยากรู้กฎหมายง่ายนิดเดียว (Mr.BIG) arrow หลักสำคัญ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 โดย-Mr.BIG
 
เข้าสู่ระบบสำหรับสมาชิกSTD
(สงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิก)
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ข้อมูลทั่วไปสำหรับเตรียมสอบ
www.stdlawcenter.com
SSRN
Gmail
Hotmail
twitter
Google +
facebook
youtube.com
google.co.th
มุมแจ้งข่าว : สมาชิกเว็บไซต์
เปิดรับสมัครสมาชิก : STD
แก้ไขข้อมูลส่วนตัว(สมาชิก)
ตัวอย่างข้อมูลสำคัญของเรา
ตรวจสอบสถานะสมาชิก !
กฎกติกาการศึกษาข้อมูล !
ค้นข้อมูลภายในเว็บไซต์ !
ติดต่อทีมงานของเราที่นี่ !
มุมแจ้งข่าว : การเปิดสมัครสอบ
ข่าวเปิดสอบศาล 2561
ข่าวเปิดสอบอัยการ 2561
ข่าวเปิดสอบตั๋วทนาย 2561
ข่าวเปิดสอบเนติ ปี 2561
ข่าวเปิดสอบราชการ 2561
มุมแจ้งข่าว : ประกาศผลสอบ
ผู้สอบผ่านศาล (จิ๋ว) 2560
ผู้สอบผ่านศาล (ล) 2559
ผู้สอบผ่านศาล (ญ) 2560
ผู้สอบผ่านอัยการ(พิเศษ)
ผู้สอบผ่านอัยการ(จิ๋ว)2560
ผู้สอบผ่านอัยการ (ล) 2559
ผู้สอบผ่านอัยการ (ญ) 2559
ผู้สอบผ่านเนติ แพ่ง 1/70
ผู้สอบผ่านเนติ อาญา 1/70
ผู้สอบผ่านเนติ วิ.พ. 2/70
ผู้สอบผ่านเนติ วิ.อ. 2/70
รายชื่อเนติบัณฑิต สมัย 70
มุมแจ้งข่าว : ประกาศคะแนนสอบ
ดูคะแนนสอบศาล ปี 2561
ดูคะแนนสอบอัยการ(จิ๋ว) 59
ดูคะแนนสอบอัยการ (ล) 59
ดูคะแนนสอบอัยการ (ญ) 59
ดูคะแนนสอบเนติ 1/70
ดูคะแนนสอบเนติ 2/70
มุมอ่านสอบ : โฟกัสฎีกาน่าสนใจ
ฎีกาน่าสนใจรายวัน แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายวัน อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายวัน วิ.อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี อาญา
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.แพ่ง
ฎีกาน่าสนใจรายปี วิ.อาญา
ฎีกามีหมายเหตุ แพ่ง
ฎีกามีหมายเหตุ อาญา
ฎีกามีหมายเหตุ วิ.แพ่ง
ฎีกามีหมายเหตุ วิ.อาญา
วลีเด็ดจากฎีกา แพ่ง
วลีเด็ดจากฎีกา อาญา
วลีเด็ดจากฎีกา วิ.แพ่ง
วลีเด็ดจากฎีกา วิ.อาญา
มุมอ่านสอบ : โฟกัสหลักกฎหมาย
โฟกัสหลักกฎหมาย แพ่ง
โฟกัสหลักกฎหมาย อาญา
โฟกัสหลักกฎหมาย วิ.แพ่ง
โฟกัสหลักกฎหมาย วิ.อาญา
โฟกัสหลักกฎหมาย การค้า
โฟกัสหลักกฎหมาย บริโภค
โฟกัสหลักกฎหมาย ปัญญา
โฟกัสหลักกฎหมาย ครอง
โฟกัสหลักกฎหมาย ภาษี
โฟกัสหลักกฎหมาย รธน.
โฟกัสหลักกฎหมาย แรงงาน
โฟกัสหลักกฎหมาย ล้ม
โฟกัสหลักกฎหมาย พยาน
โฟกัสหลักกฎหมาย เด็ก
โฟกัสหลักกฎหมาย ศาล
มุมอ่านสอบ : ข้อสอบเก่าและตัวบท
สถิติข้อสอบเก่า
ถาม-ตอบ ข้อสอบเก่า
ถาม-ตอบ ปัญหาตุ๊กตา
ถาม-ตอบ ตัวบทกฎหมาย
ประมวลกฎหมายที่สำคัญ
ภาษาอังกฤษนักกฎหมาย
มุมอ่านสอบ : คอลัมนิสต์ออนไลน์
ฎีกาวาไรตี้
อ่านเพื่อสอบ
เอ็กซเรย์ฎีกา
จับหลักชนฎีกา
พิชิต 3 สนามสอบ
เกร็ดกฎหมายน่ารู้
กุญแจหลักกฎหมาย
สรุปหลักทักทายฎีกา
ประเด็นร้อนก่อนสอบ
คุยเฟื้องเรื่องกฎหมาย
ปอกเปลือกข้อกฎหมาย
ข้อกฎหมายเด่นฎีกาดัง
เกร็ดเล็กๆ ปัญหาใหญ่ๆ
ศิษย์เซียนเต่าเขย่าฎีกา
เทคนิคสอบภาษาอังกฤษ
กองบรรณาธิการเว็บไซต์
ข้อมูลสำคัญ (สำหรับสมาชิก)
เก็บตกฎีกาเด่นฎีกาดัง !!!
ถามตอบฎีกาใหม่ที่น่าสนใจ !
ชุดเก็งข้อสอบเนติบัณฑิตรายข้อ
ฉบับท่องไปสอบ ภาค ๑
ฉบับท่องไปสอบ ภาค ๒
ชุดเจาะหลักฎีกาพิสดารรายมาตรา
เจาะหลักฎีกาพิสดาร ภาค ๑
เจาะหลักฎีกาพิสดาร ภาค ๒
ชุดสกัดฎีกาคำบรรยายเนติบัณฑิต
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาค ๑
สกัดฎีกาคำบรรยาย ภาค ๒
สกัดบทบรรณาธิการ ภาค ๑
สกัดบทบรรณาธิการ ภาค ๒
ค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์
เนื้อหาใหม่ล่าสุดวันนี้
เนื้อหายอดฮิตผู้เข้าชมสูงสุด
รวมลิงก์เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
องค์กรศาล
ศาลฎีกา
ศาลยุติธรรม
ศาลปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ
องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
กกต.
ป.ป.ช.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
องค์กรอัยการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจฯ
เนติบัณฑิตและทนายความ
เนติบัณฑิต
สภาทนายความ
สืบค้นหาข้อมูลกฎหมาย
สืบค้นฎีกา 2007
สืบค้นกฎหมาย (ศาล)
สืบค้นกฎหมาย (กฤษฎีกา)
สืบค้นกฎหมาย (พาณิชย์)
คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
คำชี้ขาดอำนาจระหว่างศาล
คำพิพากษาศาลปกครอง
คำพิพากษาอาญาการเมือง
สืบค้นราชกิจจานุเบกษา
สืบค้นความเห็นกฤษฎีกา
ค้นร่างกฎหมายที่น่าสนใจ
ลิงก์ตัวบทกฎหมายที่สำคัญ
รัฐธรรมนูญ ปี 2560
รัฐธรรมนูญ ปี 2557
รัฐธรรมนูญ ปี 2550
รัฐธรรมนูญ ปี 2540
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายแพ่ง
ประมวลกฎหมาย วิ.อาญา
ประมวลกฎหมาย วิ.แพ่ง
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการฯ
พ.ร.บ.ความรับผิดละเมิดฯ
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ
พ.ร.บ.เงินทดแทนฯ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ
พ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินฯ
พ.ร.บ.การรับขนของฯ
ประมวลรัษฎากรฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีฯ
ข้อกำหนดคดีภาษีฯ
พ.ร.บ.ล้มละลายฯ
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายฯ
พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ
พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ
พ.ร.บ.ข้าราชการอัยการฯ
พ.ร.บ.บริหารแผ่นดินฯ
พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงฯ
พ.ร.ป.ออกเสียงประชามติฯ
พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ฯ
พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ
พ.ร.ป.ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ กกต.ฯ
พ.ร.ป.คณะกรรมการ ปปช.ฯ
พ.ร.ป.การตรวจเงินแผ่นดินฯ
พ.ร.ป.อาญานักการเมืองฯ
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคฯ
พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคฯ
กลุ่ม facebook ที่น่าสนใจ
เนติบัณฑิตไทย
กลุ่มเตรียมสอบเนติฯ
กลุ่มผู้มุ่งมั่นที่จะสอบฯ
กลุ่มเตรียมสอบอัยการ/ศาล
กลุ่มสอบตั๋วทนาย
กลุ่มกฎหมายสร้างชาติ
กลุ่มที่ปรึกษากฎหมาย
ฎีกากฎหมายพิเศษ
ธรรมมะกับกฎหมาย
หลักกฎหมายปกครองวันละฯ
ปรึกษากฎหมายฟรี
ปรึกษากฎหมายออนไลน์ฟรี
คลังกฎหมาย
ข้อกฎหมายเด่น ฎีกาดัง
นักกฎหมายไทย
โจทย์จากฎีกาฯ
โพลล์
ความพึงพอใจในการให้บริการ
  
สถิติเว็บไซต์
OS: Windows
PHP: 5.2.17
MySQL: 5.6.33-log
เวลา : 22:08
Caching: Disabled
GZIP: Disabled
จำนวนสมาชิก : 356
จำนวนข่าวสาร : 17455
เว็บลิงก์: 264
ผู้เยี่ยมชม: 66444828
สถิติผู้เข้าเยี่ยมชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 561 บุคคลทั่วไป ออนไลน์


 
   
 
หลักสำคัญ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 โดย-Mr.BIG พิมพ์
คอลัมนิสต์ติวเตอร์ออนไลน์ - คอลัมน์ : อยากรู้กฎหมายง่ายนิดเดียว (Mr.BIG)
Friday, 07 June 2013

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334

 

     ความผิดฐานลักทรัพย์

 

                   มาตรา 334 ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวม อยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท

 

                  ความผิดฐานลักทรัพย์  มีองค์ประกอบดังนี้

 

              องค์ประกอบภายนอก

 

                  1.  ผู้ใด

 

                  2.  เอาทรัพย์

 

                  3.ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไป

 

                  องค์ประกอบภายใน

 

                  โดยทุจริต

 

                  การลักทรัพย์ตามกฎหมายโรมัน ที่เรียกว่า  furtum  มีความหมายครอบคลุมถึงกรณี  “การเอาไป”   3  กรณี  คือ

 

                  1.  การเอาทรัพย์ไป  (furtum rei)  คือ  การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปในลักษณะเป็นการตัดกรรมสิทธิ์โดยเจ้าของทรัพย์ไม่อนุญาต

 

                  2.  การเอาการใช้ไป (furtum usus)  คือ การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปใช้โดยเขาไม่อนุญาต  เช่น การเอายานพาหนะของผู้อื่นไปใช้โดยเจ้าของมิได้อนุญาต  เป็นต้น   

 

                  3.  การเอาการยึดถือครอบครองไป  (furtum  possessionis) คือ  กรณีเจ้าของทรัพย์นั้นเองเอาทรัพย์ของตนไปจากผู้อื่น ซึ่งมีสิทธิที่จะยึดถือครอบครองทรัพย์นั้นไว้  เนื่องจากมีนิติสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับผู้ยึดถือครอบครองนั้น  เช่น  กรณีการเอาทรัพย์ที่ตนได้จำนำไว้ไปจากผู้รับจำนำ  เป็นต้น

 

                  การลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 คำว่า การเอาไป มีข้อที่จะต้องพิจารณา 3  กรณี คือ

 

                  1.  การเอาไป  หมายถึง การแย่งการครอบครอง คือทรัพย์นั้นต้องอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่น ถ้าการครอบครองในทรัพย์นั้นอยู่ที่ผู้กระทำก็เป็นแค่ความผิดฐานยักยอก ถ้าทรัพย์นั้นไม่มีผู้ครอบครอง เช่น ทรัพย์สินหายเป็นทรัพย์ที่มีกรรมสิทธิ์แต่หลุดไปจากความครอบครอบของเจ้าของโดยไม่ตั้งใจ ถ้ามีการเอาทรัพย์ดังกล่าวไปโดยทุจริตก็อาจจะเป็นความผิดฐานยักยอกตามมาตรา 352 วรรค 2

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 460/2512  สองเป็นลูกจ้าง หนึ่ง  สอง หนึ่ง กับพวกไปซื้อสุกร พาเอาสุกรขึ้นรถ หนึ่งทะเลาะกับผู้ขาย  และทำร้ายกัน หนึ่งส่งกระเป๋าหนังให้ สอง   สองพากระเป๋าและเงิน 15,000 บาท ในกระเป๋าไปเสีย สองมีความผิดฐานยักยอกตามมาตรา 352 วรรค 2

 

                  ตามฎีกาฉบับนี้ การที่หนึ่ง นายจ้างมอบกระเป๋าเงินให้ สอง ซึ่งเป็นลูกจ้างเอาไปให้พ้นจากที่ทะเลาะวิวาทกันนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการมอบการครอบครองแล้ว

 

                  ข้อสังเกต 

 

                  คำว่า แย่งการครอบครอง  ถ้าเป็นการได้ไปซึ่งการครอบครองโดยผู้ครอบครองเต็มใจมอบให้ แม้ทรัพย์นั้นจะไม่ได้เป็นของผู้ที่มอบให้ก็ตาม การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  2.  ต้องมีการพาเอาทรัพย์เคลื่อนที่ไป ซึ่งการพาเอาทรัพย์เคลื่อนที่ไป แม้ทรัพย์จะเคลื่อนที่แล้วอาจจะไม่เป็นความผิดสำเร็จ หากการเคลื่อนที่เป็นแต่เพียงการแยกทรัพย์ออกจากสิ่งที่ติดอยู่ ไม่ว่าจะโดยธรรมชาติหรือมนุษย์เป็นผู้กระทำขึ้นเป็นความผิดฐานพยายาม

 

                  3.  ต้องเป็นการเอาไปเลยคือเป็นการเอาไปในลักษณะตัดกรรมสิทธิ์ ถ้าเป็นการเอาไปเพียงชั่วคราว เช่น ดึงปืนมาจากผู้อื่นกลัวว่าเขาจะใช้ปืนดังกล่าวทำร้ายแล้วโยนทิ้งแอบเอารถผู้อื่นไปกินข้าวต้มเมื่อกินเสร็จแล้วจะนำรถมาส่งคืน เช่นนี้อาจจะไม่เป็นความรับผิดฐานลักทรัพย์ (ฎีกาที่ 1915/2543) และยังอาจเป็นความผิดฐานเอาเอกสารของผู้อื่นไปตามมาตรา 188 ถ้าสิ่งที่ลักเป็นเอกสารเช่น บัตร เอ.ที.เอ็ม (ฎีกาที่ 9/2543)

  

ลักษณะการกระทำที่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  1. คำว่า เอาไป คือการเอาทรัพย์เคลื่อนที่ไปจากที่เดิมในลักษณะที่จะพาทรัพย์นั้นไปได้ และทรัพย์นั้นเข้ามาอยู่ในความยึดถือครอบครองเพื่อตนแล้ว แม้ทรัพย์นั้นเคลื่อนที่เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นการเอาไปแล้ว ถึงแม้ผู้กระทำจะยังไม่เอาทรัพย์นั้นไปหรือถูกขัดขวางในภายหลังและเอาทรัพย์นั้นไปไม่ได้ก็ตาม ต้องถือว่าเป็นความผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จ

 

                        คำพิพากษาฎีกาที่ 1153/2484 จำเลยปีนขึ้นไปลักมะพร้าว แล้วปลิดลูกมะพร้าวถือได้ว่ามีการแยกตัวทรัพย์ และเคลื่อนทรัพย์หลังมีการแยกแล้ว จากนั้นผู้กระทำได้นำลูกมะพร้าวมาผูกติดกันแขวนไว้บนทางมะพร้าว ถือได้ว่าผู้กระทำได้เข้ายึดถือครอบครองทรัพย์แล้ว จึงเป็นการกระทำผิดลักทรัพย์สำเร็จ

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 9559/2552  จำเลยเอายาและเครื่องเวชภัณฑ์ใส่ไว้ในถุงพลาสติก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการไปเอาจากห้องคลังยาโดยตรงหรือในช่วงที่จำเลยเอาไปวางบนชั้นด้านหลังเคาน์เตอร์เภสัชกร ย่อมถือได้ว่าจำเลยเคลื่อนย้ายทรัพย์จากที่ตั้งตามปกติและเข้าถือเอาทรัพย์นั้นแล้ว ทั้งจำเลยยังถือถุงพลาสติกออกไปแม้จะยังไม่พ้นจากห้องจ่ายยาเพราะมีผู้พบเห็นเสียก่อนทำให้จำเลยเอาทรัพย์ไปไม่ได้ ก็ถือว่าความผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จแล้ว หาใช่เป็นเพียงพยายามลักทรัพย์ไม่ การปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้และไม่ถือเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย นอกจากนี้จำเลยเป็นลูกจ้างประจำและทำงานอยู่ในโรงพยาบาลที่เกิดเหตุ ห้องจ่ายยาผู้ป่วยในเป็นสถานที่ทำงานของจำเลยและเหตุเกิดในช่วงเวลาที่จำเลยทำงาน จึงมิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วจึงลักทรัพย์ในสถานที่ดังกล่าว การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ธรรมดามิใช่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 413/2552  จำเลยยังมิได้พาเตาอบไฟฟ้าของผู้เสียหายออกไปนอกห้างสรรพสินค้าของผู้เสียหาย แต่ก็ได้เคลื่อนย้ายเตาอบไฟฟ้าออกจากจุดที่ผู้เสียหายเก็บหรือวางทรัพย์นั้นไว้ ทั้งยังผ่านจุดที่ลูกค้าจะต้องชำระค่าสินค้าแก่พนักงานเก็บเงิน  จึงถือได้ว่าจำเลยพาทรัพย์ของผู้เสียหายเคลื่อนที่ไปโดยมีเจตนาทุจริต การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จ

 

                  2. เพียงแต่เอาทรัพย์เคลื่อนที่อย่างเดียว แต่ไม่อยู่ในลักษณะที่จะเอาทรัพย์นั้นไปได้ คือยังไม่ได้มีการยึดถือครอบครอง เป็นเพียงความผิดฐานพยายามลักทรัพย์

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 1013/2468 ปีนต้นมะพร้าวขึ้นไปลักมะพร้าว โดยฟันทะลายมะพร้าวหลุดจากต้น ถือได้ว่ามีการแยกตัวทรัพย์ ทรัพย์มีการเคลื่อนที่แล้ว แต่ผู้กระทำยังไม่ได้เข้ายึดถือครอบครอง จึงยังไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ แต่เป็นความผิดฐานพยายามลักทรัพย์

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 236/2491 ตามสภาพปกติ พืชผลต้องติดอยู่กับต้นหรือปลูกปักอยู่ในดิน การทำให้ผลไม้หลุดออกจากต้น เช่นสอยมะม่วงหรือตัดขนุนให้หล่นลงมา หรือขุดถอนมันหรือต้นหอมให้หลุดพ้นขึ้นจากดินโดยยังไม่ทันเอาไปด้วยนั้น ยังเรียกไม่ได้ว่าเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไป

 

                  3. การได้รับมอบทรัพย์จากเจ้าของให้ดูแลแทนเพียงชั่วคราวหรือเจ้าของไปด้วย ถือว่าการครอบครองทรัพย์นั้นยังอยู่กับเจ้าของ ถ้าเอาไปในขณะนั้นเป็นความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  4.  ใช้โทรศัพท์จากตู้โทรศัพท์โดยทุจริตเป็นความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 1880/2542 (ประชุมใหญ่) จำเลยลักสัญญาณโทรศัพท์จากตู้โทรศัพท์ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เพราะโทรศัพท์แปลงเสียงพูดให้เป็นกระแสไฟฟ้าแล้วส่งกระแสไฟฟ้าให้เป็นเสียงพูดอีกครั้ง จึงถือเป็นทรัพย์ที่ลักกันได้

 

                  5.  กระแสไฟฟ้า เป็นทรัพย์

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 877/2501 ศาลฎีกาตีความคำว่า ทรัพย์ หมายความรวมถึง กระแสไฟฟ้า จึงเป็นทรัพย์ที่ลักได้

 

                  6.  ศพ โดยปกติไม่ใช่ทรัพย์

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 1174/2508 ผู้ตายทำพินัยกรรมอุทิศศพของตนให้แก่โรงพยาบาล ทายาทจะเรียกศพนั้นไปจากโรงพยาบาลไม่ได้

 

                  7.  ทรัพย์บางอย่างที่มีอยู่ตามธรรมชาติและได้รับการประมูลผูกขาด ผู้นั้นจะต้องได้เข้ายึดถือรอบครอง หรือทำให้เกิดผลนั้นขึ้นโดยแท้จริง ผู้ใดเอาไปจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 1055/2481 รังนกในถ้ำซึ่งมีผู้ผูกขาดเสียค่าอาชญาบัตร  เป็นทรัพย์ไม่มีเจ้าของยังไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ผูกขาดจนกว่าจะได้เข้ายึดถือครอบครองอันเป็นการถือเอาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1318 และไม่เป็นทรัพย์ในกรรมสิทธิ์ของรัฐ ผู้ที่แกะเอาไปไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  8.   ปลาในบ่อ สระ หลุมที่ขุดล่อไว้หรือในโป๊ะชั้นนอก ถ้ายังว่ายเข้าออกไปสู่สาธารณะได้โดยอิสระ ถือว่ายังไม่มีกรรมสิทธิ์

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 1273/2473 ปลาในลูกล่อยังออกจากโป๊ะได้เองทุกขณะ ยังไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใด ยังถูกลักทรัพย์ไม่ได้

  

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 1006/2475 ปลาที่อยู่ในโป๊ะยังไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของโป๊ะ ผู้ลักจับปลายังไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  9. ปลาในหลุมที่ขุดดักไว้ หรือปลาในโป๊ะ ถ้าไม่สามารถว่ายออกไปสู่สาธารณะได้โดยอิสระ ถือว่ามีกรรมสิทธิ์

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่  246-247/2461 ปลาในหลุมที่ขุดดักไว้  ผู้ใดลักไปเป็นความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 173/2463 ปลาอยู่ในชั้นที่ไม่สามารถออกจากโป๊ะได้อีก จึงเป็นทรัพย์ที่ลักได้

 

                  10.  ทรัพย์ที่เจ้าของเดิมสละกรรมสิทธิ์ แต่ตกเป็นของผู้เป็นเจ้าของสถานที่ ไม่ใช่ทรัพย์ไม่มีเจ้าของ


                  คำพิพากษาฎีกาที่ 937/2455 เครื่องบวงสรวงแก่ศาลเจ้าถือว่าเจ้าของเดิมสละกรรมสิทธิ์ แต่ก็ตกเป็นของศาลเจ้าไม่ใช่ทรัพย์ไม่มีเจ้าของ จึงเป็นทรัพย์ที่ลักได้

 

                  11. ทรัพย์ที่เจ้าของวางไว้เพื่อให้ผู้ที่ประสงค์จะได้หยิบเอาไป ไม่ใช่ทรัพย์ไม่มีเจ้าของ หากเป็นทรัพย์ที่เจ้าของอนุญาตให้เอาไปได้ ผู้ใดจะเอาทรัพย์นั้นไป ย่อมเอาไปได้ภายในขอบเขตที่เจ้าของอนุญาตเท่านั้น

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 732/2460 ไม้กระยาเลยลอยน้ำมา 1 ต้น กล่าวว่าเป็นของ  ค และ  ง เก็บไว้ที่ท่าน้ำ 3 ปี  ต่อมา ง ตาย ข ภริยา ง  ย้ายไปอยู่ที่อื่น ก เอาไม้ขึ้นเลื่อย  ข ไม่ว่าอะไร  อีก 1 ปี อัยการจึงฟ้องว่า ก ลักไม้ที่อยู่ระหว่างโฆษณาหาเจ้าของ ศาลตัดสินว่าไม่ผิดคดีอาญา  เห็นจะถือว่าเป็นทรัพย์ไม่มีเจ้าของ

 

                  12.  การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปเพียงชั่วคราว ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 1915/2543 จำเลยทั้งสองว่าจ้างให้ผู้เสียหายขับขี่รถจักรยานยนต์ไปส่ง ระหว่างทางมีการบังคับให้ผู้เสียหายเข้าไปในกระท่อม แต่ผู้เสียหายไม่ยอม จำเลยที่ ๒ เอามือรัดคอผู้เสียหายและดึงเอากุญแจรถให้กับจำเลยที่ ๑ ซึ่งนั่งคร่อมรถอยู่ เมื่อมีคนผ่านมาจำเลยทั้งสองก็เอารถจักยานยนต์ไปโดยบอกผู้เสียหายว่าให้ไปเอาคืนที่โรงเรียน แสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองเพียงต้องการนำรถจักยานยนต์ไปใช้เพียงชั่วคราวโดยตั้งใจจะคืนให้ภายหลัง ไม่ได้กระทำเพื่อตัดกรรมสิทธิ์ตลอดไป จึงไม่ใช่เป็นการกระทำที่ถือว่าเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปอันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยทั้งสองก็ไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์ด้วย

 

                  13.  เอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยวิสาสะในความเป็นญาติ ไม่มีเจตนาทุจริต ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่  3894/2531 จำเลย และ ป. ผู้เสียหาย เป็นพี่น้องกัน จำเลยมาขอยืมรถจักรยานยนต์จาก ป. แต่ ป. ไม่ให้ จำเลยแสดงกิริยาเอะอะโวยวาย  ต่อมาก็ได้มาเอารถจักรยานยนต์ดังกล่าวไป แล้วขับขี่พาเพื่อนไปรับประทานอาหาร การกระทำของจำเลยในการเอารถจักรยานยนต์ไป เป็นเพียงการถือวิสาสะฉันพี่น้อง และเมื่อเอาไปแล้วก็มิได้พาหลบหนีแต่อย่างใด จำเลยจึงขาดเจตนาทุจริต ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  14. เจ้าของอสังหาริมทรัพย์มีกรรมสิทธิ์ตลอดถึงส่วนควบของทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 144 และดอกผลของทรัพย์ มาตรา 148 ไม้ยืนต้น เช่น พลู เป็นส่วนควบของที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แม้ผู้อื่นเป็นผู้ปลูก

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 1450/2510 ไม้ล้มลุก รั้วลวดหนามที่ผู้เช่าที่ดินทำไว้ เป็นของผู้เช่า ไม่เป็นส่วนควบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146 เช่นเดียวกับปลาที่ผู้เช่าเลี้ยงไว้ในบ่อ เจ้าของที่ดินเอาไปเป็นความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 3181/2533 ก. ขายที่ดินให้ ผ. แต่สัญญาไม่ได้ระบุว่าขายต้นอ้อย ซึ่งเป็นไม้ล้มลุก กรรมสิทธิ์ในต้นอ้อยยังเป็นของ ก  ก ตัดต้นอ้อยในที่ดินไม่ผิดฐานลักทรัพย์

 

                  15. ทรัพย์ที่กรรมสิทธิ์โอนไปเป็นของผู้อื่น โดยขายและส่งมอบแล้ว เจ้าของเดิมลักทรัพย์นั้นได้

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 802/2485 ทรัพย์ที่กรรมสิทธิ์โอนไปเป็นของผู้อื่น เช่น ขายและส่งมอบแล้ว  เจ้าของเดิมลักทรัพย์นั้นได้

 

                  16. ทรัพย์ที่จำนำในวงการพนัน  เมื่อเจ้าของเดิมแย่งกลับคืนมาไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 650/2510 จำนำสายสร้อยคอในวงการพนันเอาเงินเล่นการพนัน ครั้นแพ้พนันกลับแย่งสร้อยคอกลับคืน สายสร้อยยังเป็นของผู้จำนำ  ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

 

                  17. การลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย

 

                  คำพิพากษาฎีกาที่ 85/2542 จำเลยทั้งสองร่วมกันเอาทรัพย์หลายรายการใส่ในกล่องกระดาษใส่พัดลม และนำผ่านเครื่องเก็บเงินของผู้เสียหาย และชำระค่าสินค้าเท่ากับราคาค่าพัดลม ซึ่งมีราคาน้อยกว่าสินค้าภายในกล่องกระดาษ เป็นการลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย

  

                  จัดทำโดย Mr.BIG

   
< ก่อนหน้า